skip to Main Content

ประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในการใช้งานกล้องวงจรปิด (CCTV)

ประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ในการใช้งานกล้องวงจรปิด (CCTV)

ประกาศสำหรับกลุ่มบริษัทในเครือ ฟอร์แคร์

ฉบับที่ 003/2565

เรื่อง ประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในการใช้งานกล้องวงจรปิด (CCTV)

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ฉบับนี้เป็น “นโยบาย” เกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์กล้องวงจรปิด(CCTV) ภายในบริเวณ บริษัทในเครือ ฟอร์แคร์

ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “บริษัท” ได้ใช้อุปกรณ์ CCTV พร้อมกับระบบต่างๆสำหรับการตรวจสอบภายในพื้นที่เป็นการเฉพาะรวมถึงพื้นที่รอบๆ บริเวณของสถานที่ อาคาร และพื้นที่อื่น เพื่อการป้องกันชีวิต และทรัพย์สิน โดยมีข้อมูลส่วนบุคคลของ พนักงาน กรรมการบริษัท คู่ค้า ผู้ปฏิบัติงาน ผู้มาติดต่องาน หรือบุคคลใดก็ตาม ซึ่งจะรวมเรียกว่า “ท่าน” ที่ได้เข้าไปอยู่ในบริเวณพื้นที่ที่ทำการตรวจสอบภายในอาคารและพื้นที่อื่นดังกล่าว นอกจากนี้ นโยบายฉบับนี้อธิบายถึงวิธีการในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และการส่งหรือโอนย้ายข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ “ข้อมูลส่วนบุคคล” ของบุคคล และระบุถึงวิธีการในการจัดการหรือการใช้ระบบ CCTV ของบริษัท ทั้งนี้บริษัทอาจทำการแก้ไขเพิ่มเติมนโยบายฉบับนี้ได้ทุกเมื่อและจะแจ้งการแก้ไขดังกล่าวให้ท่านทราบเท่าที่จะดำเนินการได้

1. ข้อมูลส่วนบุคคลประเภทใดบ้างที่บริษัทเก็บรวบรวม

บริษัททำการเก็บภาพเคลื่อนไหวหรือภาพนิ่งซึ่งสามารถที่จะจดจำได้ว่าเป็นบุคคลใด เสียงของบุคคลใด รวมถึงทรัพย์สินของบุคคลใด เช่น ยานพาหนะประเภทต่างๆ เมื่อเข้าไปในพื้นที่ที่ได้ทำการตรวจสอบภายในสถานที่ อาคาร และพื้นที่อื่นของ บริษัท ผ่านระบบและอุปกรณ์ CCTV (“ข้อมูลจาก CCTV”)

2. วัตถุประสงค์ที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

2.1 บริษัทอาจทำการเก็บภาพ รวบรวม ใช้ เปิดเผย โอน และดำเนินการใดๆ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการบันทึก การเก็บบันทึก การปรับเปลี่ยน การแก้ไข การดัดแปลง การทำลาย การลบ การกู้คืน การรวบรวม การทำสำเนา การส่งผ่าน การเก็บรักษา การถอน การปรับปรุง การเพิ่มเติมต่อข้อมูลจาก CCTV เกี่ยวกับท่านและข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับท่าน สำหรับ “วัตถุประสงค์การตรวจสอบโดย CCTV” ตามรายการที่ระบุไว้ด้านล่าง จะกระทำบนฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest)

เพื่อประโยชน์ต่อชีวิต เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อประโยชน์สาธารณะ ตามความยินยอมที่ได้รับ หรือตามฐานอื่นใดที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายที่บังคับใช้ในประเทศไทย (โดยที่ผลประโยชน์เหล่านั้นจะไม่เป็นการก้าวล่วงต่อสิทธิเสรีภาพและผลประโชน์ของบุคคลใด) ซึ่งอาจพิจารณาได้ตามกรณีดังนี้

2.1.1 เพื่อปกป้องชีวิต ร่างกาย ความปลอดภัยอนามัยส่วนบุคคล และ/หรือทรัพย์สินส่วนตัวของท่าน

2.1.2 เพื่อควบคุมการเข้ามาภายในบริษัท และเพื่อการรักษาความปลอดภัยของอาคาร บุคลากร พนักงาน และผู้มาติดต่อ รวมทั้งทรัพย์สินและข้อมูลของบริษัทที่ตั้งอยู่หรือเก็บไว้ในสถานที่นั้นๆ

2.1.3 เพื่อการปกป้องและป้องกันสถานที่ อาคาร พื้นที่ต่างๆ และทรัพย์สินของบริษัท จากความเสียหาย การหยุดชะงัก การทำลาย และอาชญากรรมอื่นๆ

2.1.4 เพื่อช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทอย่างมีประสิทธิภาพที่อาจเกิดขึ้นในขณะทำการลงโทษทางวินัย หรือการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์

2.1.5 เพื่อช่วยเหลือในการสืบสวนสอบสวนหรือการดำเนินการเกี่ยวกับการร้องเรียน และการแจ้งเบาะแส

2.1.6 เพื่อนำไปใช้ในการพิสูจน์หรือหักล้างในการดำเนินคดีทางแพ่ง คดีทางอาญา คดีแรงงาน และคดีความอื่นที่อาจเกี่ยวข้อง

2.1.7 เพื่อปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมายของบริษัท และ/หรือ การให้ความร่วมมือกับศาล หน่วยงานกำกับดูแล หน่วยงานของรัฐ และหน่วยงานที่มีอำนาจบังคับใช้กฎหมาย สำหรับการใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัด เพียงเพื่อความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน บริษัทเล็งเห็นว่าการใช้ระบบ CCTV เป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อให้บริษัทสามารถปฏิบัติตามภาระหน้าที่เหล่านั้นได้

2.1.8 เพื่อการใช้สิทธิของบริษัทหรือปกป้องผลประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท ในกรณีที่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น เพื่อระงับยับยั้ง ป้องกันและตรวจจับการประพฤติมิชอบ อาชญากรรมหรือการฝ่าฝืนกฎหมาย ติดตามเหตุการณ์ เพื่อป้องกันและรายงานการประพฤติมิชอบหรืออาชญากรรม ในบริษัท และเพื่อปกป้องความปลอดภัยและความมั่นคงของธุรกิจของบริษัท บริษัทจะพยายามอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสมดุลระหว่างผลประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทและของบุคคลที่สาม สิทธิขั้นพื้นฐานและเสรีภาพของท่านที่เกี่ยวกับการปกป้องข้อมูลบนระบบ CCTV ที่เกี่ยวข้องกับท่าน ตามแต่กรณี บริษัทจะพยายามระบุถึงขั้นตอนที่จำเป็นเพื่อให้เกิดความสมดุลที่เหมาะตามแต่สมควร

2.2 บริษัทจะติดตั้งอุปกรณ์ CCTV ที่จุดสำคัญภายในสถานที่ อาคารและพื้นที่ต่างๆ ของบริษัทยกเว้นบางพื้นที่ เช่น ห้องสุขา ห้องอาบน้ำ และห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า

2.3 ระบบ CCTV ของบริษัทเปิดใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอย ของบริษัททำการเฝ้าดูผ่านอุปกรณ์ ยกเว้นในกรณีที่อุปกรณ์หรือระบบเกิดความขัดข้อง และ/หรือต้องทำการซ่อมบำรุง

2.4 บริษัทจัดวางป้ายตามความเหมาะสมในสถานที่ที่มีการใช้งานระบบ CCTV

3. บุคคลใดที่อาจได้รับการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

3.1 บริษัทจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับท่านในระบบ CCTV ไว้เป็นความลับ และจะทำการเปิดเผยหรือถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเฉพาะเพียงบริษัทลูก บริษัทในเครือ บุคคลภายนอกอื่นๆ ที่จะถูกคัดเลือกอย่างระมัดระวังในเวลานี้ หรือในอนาคต ผู้ได้รับอนุญาต พันธมิตรกิจการร่วมค้า และ/หรือผู้ให้บริการ (ซึ่งอาจตั้งอยู่ในต่างประเทศ) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การตรวจสอบโดย CCTV ตามที่ระบุไว้ในนโยบายนี้

3.2 บุคคลภายนอกซึ่งบริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลจากระบบ CCTV และข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับท่าน ซึ่งรวมถึงการเปิดเผยต่อบริษัทในเครือด้วย (เป็นส่วนหนึ่งของประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทและประโยชน์ของบริษัทในเครือ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การตรวจสอบโดย CCTV) หน่วยงานภาครัฐ และ/หรือองค์กรที่ทำหน้าที่กำกับดูแล เพื่อปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมาย หรือเพื่อสนับสนุนหรือช่วยเหลือแก่องค์กรบังคับใช้กฎหมายในเรื่องการสอบสวนและดำเนินคดีทางแพ่งหรือทางอาญา) และผู้ให้บริการบุคคลที่สาม (ตามขั้นตอนที่จำเป็นของบริษัทเพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทจะให้การคุ้มครองต่อสุขภาพ และความปลอดภัยส่วนบุคคล และทรัพย์สินของท่าน อย่างไรก็ตามการเข้าถึงข้อมูลระบบ CCTV นั้นอาจเป็นการเข้าถึง หรือเปิดเผยได้เท่าที่จำเป็นเพื่อจัดการกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งอยู่ภายใต้หนึ่งในวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในข้อ 3.2 นี้ หรือ เพื่อตอบสนองการร้องขอของบุคคลตามกฎหมายภายใต้ข้อ 2.1

4. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ

บริษัทอาจเปิดเผยหรือถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากระบบ CCTV ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนที่จำเป็นสำหรับสุขภาพ ความปลอดภัยส่วนบุคคลและทรัพย์สินของท่าน ไปยังผู้ให้บริการบุคคลที่สามที่อยู่นอกประเทศไทย และการเปิดเผยหรือถ่ายโอนดังกล่าวจะกระทำต่อเมื่อได้รับความยินยอม จากท่าน หรือมีพื้นฐานตามกฎหมายอื่นที่บังคับให้กระทำตามที่กฎหมายอนุญาตไว้ เช่นเพื่อปฏิบัติ ตามข้อกำหนดของสัญญาระหว่างบริษัทกับบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ของท่าน โดยที่ประเทศปลายทางดังกล่าวอาจมีหรือไม่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่คล้ายคลึงกับประเทศไทย อย่างไรก็ตามบริษัทจะทำให้มั่นใจได้ว่า การโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้กระทำตามกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแล้วก่อนจะดำเนินการโอนข้อมูลส่วนบุคคลนั้น

5. มาตรการรักษาความปลอดภัย

5.1 บริษัทจะจัดให้มีระบบเทคนิค และการบริหารจัดการมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันข้อมูลจากระบบ CCTV และข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับท่านจากการถูกทำลายการสูญหาย การเข้าถึง การใช้งาน การเปลี่ยนแปลง หรือการเปิดเผย โดยไม่ได้ตั้งใจ โดยผิด-กฎหมาย หรือโดยไม่ได้รับอนุญาต

5.2 บริษัทจะทบทวนและปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยของบริษัทเป็นครั้งคราว ตามความจำเป็น หรือเมื่อมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่ามาตรการรักษา ความปลอดภัยมีประสิทธิภาพและเหมาะสม สอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมายขั้นต่ำ ตามที่กำหนดโดยหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง

6. ระยะเวลาในการที่บริษัทเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

บริษัทจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ได้มาจากระบบ CCTV ไว้ในระบบของบริษัท ตามระยะเวลา 30 วัน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การตรวจสอบโดย CCTV หากบริษัทไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย ที่ใช้บังคับในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากระบบ CCTV อีกต่อไป บริษัทจะทำการลบข้อมูลเหล่านั้นออกจากระบบและการบันทึกของบริษัท อย่างไรก็ตามบริษัทอาจทำการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ของท่านจากระบบ CCTV เป็นระยะเวลานานขึ้น ตัวอย่างเช่น ทำการเก็บไว้จนกว่าจะสิ้นสุดของการดำเนินการตามกฎหมาย หรือมีกฎหมายที่กำหนดระยะเวลาในการเก็บข้อมูลที่ยาวนานกว่า หรือมีข้อมูลระบบ CCTV บางอย่างซึ่งต้องทำการเก็บรักษาไว้สำหรับการดำเนินการต่อเหตุการณ์บางเรื่อง หรือเพื่อตอบสนองต่อข้อเรียกร้องจากบุคคลหนึ่งบุคคลใดในการใช้สิทธิตามกฎหมาย

7. ท่านมีสิทธิอย่างไรเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

ภายใต้บทบัญญัติแห่งกฎหมายและข้อยกเว้นตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ท่านอาจมีสิทธิ ในการขอเข้าถึง และ/หรือขอรับสำเนา โอนย้าย แก้ไข ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลกลายเป็นข้อมูลที่ไม่ระบุตัวตน ในข้อมูลส่วนบุคคล บางประเภทของท่านที่บริษัทมี ระงับและ/หรือคัดค้านกิจกรรมบางประเภทที่บริษัทมี และใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ในกรณีที่การดำเนินการใดของบริษัทกระทำภายใต้ความยินยอม ของท่าน ท่านอาจเพิกถอนความยินยอมของท่านได้ แต่อาจเป็นสาเหตุให้เราไม่สามารถให้บริการ การเข้าออกสถานที่ของบริษัทแก่ท่านได้อย่างเต็มที่ ท่านอาจมีสิทธิร้องขอให้บริษัทเปิดเผยว่าบริษัทได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยไม่ได้รับความยินยอมจากท่านได้อย่างไร อีกทั้งยังอาจยื่นเรื่องร้องเรียน ไปยังหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายที่บังคับใช้

8. การติดต่อบริษัท

หากท่านมีคำถาม ข้อสงสัย หรือมีความประสงค์ที่จะใช้สิทธิของท่านที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โปรดติดต่อบริษัท ฟอร์แคร์ จำกัด เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล คุณอมรา แก้วเกตุ โทร 02-171-1397 อีเมล์ [email protected]

ประกาศ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2565

Back To Top