skip to Main Content

ชวนสัมผัสรส Umami ของชาเขียวมัทฉะ บรรดาคุณประโยชน์ที่เมื่อคุณรู้แล้ว จะอยากชงดื่มไปทุกวัน

Highlights

  • คุณรู้หรือไม่? ชาเขียวไม่ได้มีจุดเริ่มต้นที่ประเทศญี่ปุ่น วัฒนธรรมการดื่มชาเขียวที่ฝังรากลึกจนเป็นประเพณีที่ใครๆ ก็ต้องนึกถึงดินแดนอาทิตย์อุทัย ที่มาที่ไปเป็นอย่างไรกันแน่นะ
  • ต่อมรับรสชาติพื้นฐาน หวาน-เปรี้ยว-เค็ม-ขม มีฟังก์ชั่นเพื่อสุขภาพที่สมดุลของร่างกาย รวมไปถึงรสชาติลำดับ 5 รสอูมามิ (Umami) เป็นรสชาติสำคัญที่จะทำให้เรามีความสุขใจ และเป็นรสชาติที่เชื่อมโยงกับแหล่งโปรตีน สารอาหารซึ่งสิ่งมีชีวิตขาดไม่ได้  พาไปทึ่งกับเรื่องราวของชาเขียวชั้นดีมีรสอูมามิแฝงอยู่อย่างไม่น่าเชื่อ
  • คุณประโยชน์ของชาเขียว 7 ข้อ  ที่อ่านแล้วทำให้เย็นนี้ต้องแวะเข้าซุปเปอร์หรือกดช้อปออนไลน์ใส่ตะกร้ารัวๆ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

จุดกำเนิดของชาเขียว สมุนไพรสามัญประจำวันจนกลายเป็นวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่น

กว่า 5,000 ปี ที่ใบชาเริ่มสร้างสมดุลให้กับร่างกายมนุษย์ เรื่องราวเกิดขึ้นที่มณฑลยูนนาน ยุคต้นอารยธรรมของมนุษย์ ตั้งแต่ใบชาใบแรกร่วงหล่นลงถ้วยน้ำอุ่นของจักรพรรดิชาวจีนโดยบังเอิญ จักรพรรดิผู้มีนิสัยชอบค้นคว้ายาสมุนไพร และเมื่อได้ลองดื่มดูก็รู้สึกสดชื่นเป็นอย่างมาก วัฒนธรรมการดื่มชาจึงก่อกำเนิดขึ้นตั้งแต่ตอนนั้น 

ส่งทอดมายังประเทศญี่ปุ่นในฐานะเป็นสมุนไพรอันแพร่หลาย กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตเพื่ออายุอันยืนยาว จนถึงขนาดที่ว่า นักบวชชาวญี่ปุ่นนาม Eisai ผู้เป็นต้นกำเนิดการดื่มชาสไตล์มัทฉะ (Matcha) ในหนังสือของท่านได้บันทึกไว้ว่า “ชาเป็นพื้นฐานทางจิตใจและเป็นเครื่องมือแพทย์ที่ดีที่สุด ทำให้ชีวิตถูกเติมเต็มและมีความสมบูรณ์มากขึ้น”

รสอูมามิ (Umami) ที่ชูใจและชูสุขภาพ แฝงอยู่ในชาเขียวชั้นดี

ผู้คนจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เริ่มคุ้นเคยกับรสอูมามิ ซึ่งเป็นรสชาติพื้นฐานลำดับที่ 5 โดยเฉพาะเมื่อเกิดปรากฎการณ์ “อูมามิบูม” ขึ้นทั่วโลกเมื่อไม่นานมานี้ รสอูมามิมีบทบาทสำคัญอย่างไม่น่าเชื่อต่อสุขภาพของมนุษย์ และมีโภชนาการในแบบที่หากจะกล่าวว่ามนุษย์เราไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้โดยปราศจากรสอูมามินั้น ก็ไม่ได้เป็นคำกล่าวที่เกินจริง 

เพราะรสชาติต่างๆ มีหน้าที่ อาทิ ความหวาน-จะเป็นตัวบ่งบอกถึงน้ำตาล ซึ่งให้พลังงานอย่างรวดเร็วกับร่างกาย ความเค็ม-จากโซเดียมมีหน้าที่ช่วยควบคุมธาตุเหล็กและภาวะสมดุลของน้ำ ร่างกายชอบรสเค็มในปริมาณเพียงเล็กน้อยเท่านั้นและไม่ชอบเมื่อเกิดภาวะเค็มจัด รสขม-ที่ขมมากเป็นตัวบ่งบอกถึงพิษ และแน่นอนรส “อูมามิ”-เป็นสัญญาณของหนึ่งในส่วนที่สำคัญที่สุด และเป็นพื้นฐานที่สุดของสารอาหาร นั่นคือ โปรตีน ซึ่งพบปริมาณมากในเนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่วชนิดต่าง ๆ และยังพบได้ในชาเขียวชั้นดี 

กรรมวิธีเฉพาะทำให้เกิดรส “อูมามิ” ในชาเขียว จะต้องปลูกในแหล่งชั้นดี ที่หลายคนคุ้นชื่อชิซึโอกะ (Shizuoka)  เกษตรกรจะปลูกด้วยการคลุมต้นชาไม่ให้โดนแดดก่อนเก็บเกี่ยว กระบวนการนี้จะเพิ่มการผลิตคลอโรฟิลล์ของต้นชา ส่งผลให้เกิดการเพิ่มปริมาณกรดอะมิโน และทำให้พืชมีสีเขียวเข้ม เมื่อเก็บเกี่ยวใบชาแล้ว ก้านและเส้นใบจะถูกนำออก จากนั้นใบจะถูกบดเป็นผงละเอียดที่รู้จักกันในชื่อมัทฉะ

คุณประโยชน์ของมัทฉะ ที่นำพาคนญี่ปุ่นอายุยืนยาวและแข็งแรง

มัทฉะมีสารอาหารจากใบชาทั้งหมด จากการบดเนื้อใบชาเป็นผงด้วยครกหินแล้วดื่มเนื้อใบชาไปพร้อมน้ำ ไม่ใช่เพียงการใส่ใบชาในน้ำอุ่นแล้วกรองดื่ม จึงส่งผลให้ผู้ดื่มได้รับคาเฟอีนและสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณที่สูงกว่าที่พบในการชงชาเขียวทั่วไป คราวนี้เรามาสำรวจกันดีกว่า ว่าชาเขียวแบบมัทฉะมีคุณประโยชน์อะไรบ้าง เราคัดมาให้ 7 ข้อเน้นๆ

  1. ต้านมะเร็ง

EGCG (EPIGALLOCATECHIN GALLATE) สารสำคัญที่พบมากที่สุดในชาเขียว จากการศึกษา EGCG จะยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง และลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งชนิดต่างๆ ได้ มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ มีศักยภาพในการป้องกันความเสียหายของเซลล์ที่เกิดจากอนุมูลอิสระ โดยมีความแรงของการต้านอนุมูลอิสระมากกว่า วิตามินซี 100 เท่า และวิตามินอี 25 เท่า

  1. ชะลอวัยและบำรุงสมอง

ช่วยป้องกันการเสื่อมของเซลล์ผิว ทำให้ผิวพรรณดูสดใส อ่อนเยาว์ งานวิจัยบางชิ้นแสดงให้เห็นว่า ส่วนประกอบหลายอย่างในมัทฉะสามารถช่วยเสริมการทำงานของสมอง จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการบริโภคผงชาเขียว 2 กรัมทุกวันเป็นเวลา 2 เดือน มีส่วนช่วยปรับปรุงการทำงานของสมองในผู้สูงอายุ

  1. ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด

ช่วยป้องกันอนุมูลอิสระไม่ให้ทำลายเซลล์หัวใจและหลอดเลือด รวมถึงช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล

  1. ดูแลตับ

ตับมีความสำคัญต่อสุขภาพและมีบทบาทสำคัญในการล้างสารพิษ และการย่อยสารอาหาร นับว่าเป็นอวัยวะที่สำคัญมากของร่างกาย จากการศึกษาวิจัยพบว่ามัทฉะอาจช่วยปกป้องสุขภาพของตับจากการศึกษาหนึ่ง ให้หนูที่เป็นเบาหวานกินมัทฉะเป็นเวลา 16 สัปดาห์ และพบว่าช่วยป้องกันความเสียหายต่อทั้งไตและตับได้

  1. คลายง่วง เสริมสมาธิ ทำให้ร่างกายสดชื่น 

ชาเขียวสามารถแก้อาการง่วงนอนและอ่อนเพลียได้ อีกทั้งยังทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นทดแทนกาแฟได้ เพราะในมัทฉะจะมีกาเฟอีน (Caffeine) และมีสารประกอบที่เรียกว่าแอล-ทีอะนีน (L-theanine) ซึ่งเปลี่ยนแปลงผลของคาเฟอีน เพิ่มความตื่นตัว เพิ่มการเคลื่อนไหวของคลื่นอัลฟาในสมอง ซึ่งอาจช่วยกระตุ้นให้เกิดการผ่อนคลายและลดระดับความเครียด เสริมสร้างสมาธิ หากใครที่อยากหาตัวช่วยให้กะปรี้กะเปร่ายามบ่ายวันทำงาน ชาเขียวเป็นตัวเลือกเพื่อสุขภาพที่ดีกว่ากาแฟแน่นอน

  1. ช่วยลดน้ำหนักอย่างเป็นธรรมชาติ

ด้วยกลไกของการกระตุ้นปฏิกิริยาออกซิเดชันของไขมัน โดยการยับยั้งเอนไซม์ไลเปส และลดกระบวนการแตกตัวของไขมัน ทำให้ไขมันดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้น้อย และช่วยการกระตุ้นการเผาผลาญไขมัน โดย EGCG จะช่วยเพิ่มกระบวนการการเผาผลาญพลังงานของเนื้อเยื่อไขมัน ทำให้น้ำหนักและมวลไขมันลดลงได้

  1. ขจัดสารพิษออกจากร่างกาย

ช่วยพัฒนาการทำงานของแบคทีเรียที่มีประโยชน์ในลำไส้ ทำให้การย่อยอาหารดีขึ้น ลดการสะสมสารพิษในลำไส้ และยังทำให้ลมหายใจสดชื่นขึ้นไปด้วย รวมไปถึงสามารถสลายอาการมึนเมาจากฤทธิ์สุราได้ ช่วยล้างพิษด้วยการขับสารพิษออกทางปัสสาวะ

มัทฉะในตอนนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องดื่มสุขภาพยอดนิยมของคนญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ด้วยคุณประโยชน์อันหลากหลายที่สร้างความสบายกาย ทำให้จิตสงบเกิดสมาธิ รวมไปถึงเสริมคุณค่าทางใจในแง่วัฒนธรรม ทำให้มัทฉะกลายเป็นเครื่องดื่มที่สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนไปทั่วโลก

Source

ชวนสัมผัสรส Umami ของชาเขียวมัทฉะ บรรดาคุณประโยชน์ที่เมื่อคุณรู้แล้ว จะอยากชงดื่มไปทุกวัน

Highlights

  • คุณรู้หรือไม่? ชาเขียวไม่ได้มีจุดเริ่มต้นที่ประเทศญี่ปุ่น วัฒนธรรมการดื่มชาเขียวที่ฝังรากลึกจนเป็นประเพณีที่ใครๆ ก็ต้องนึกถึงดินแดนอาทิตย์อุทัย ที่มาที่ไปเป็นอย่างไรกันแน่นะ
  • ต่อมรับรสชาติพื้นฐาน หวาน-เปรี้ยว-เค็ม-ขม มีฟังก์ชั่นเพื่อสุขภาพที่สมดุลของร่างกาย รวมไปถึงรสชาติลำดับ 5 รสอูมามิ (Umami) เป็นรสชาติสำคัญที่จะทำให้เรามีความสุขใจ และเป็นรสชาติที่เชื่อมโยงกับแหล่งโปรตีน สารอาหารซึ่งสิ่งมีชีวิตขาดไม่ได้  พาไปทึ่งกับเรื่องราวของชาเขียวชั้นดีมีรสอูมามิแฝงอยู่อย่างไม่น่าเชื่อ
  • คุณประโยชน์ของชาเขียว 7 ข้อ  ที่อ่านแล้วทำให้เย็นนี้ต้องแวะเข้าซุปเปอร์หรือกดช้อปออนไลน์ใส่ตะกร้ารัวๆ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

จุดกำเนิดของชาเขียว สมุนไพรสามัญประจำวันจนกลายเป็นวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่น

กว่า 5,000 ปี ที่ใบชาเริ่มสร้างสมดุลให้กับร่างกายมนุษย์ เรื่องราวเกิดขึ้นที่มณฑลยูนนาน ยุคต้นอารยธรรมของมนุษย์ ตั้งแต่ใบชาใบแรกร่วงหล่นลงถ้วยน้ำอุ่นของจักรพรรดิชาวจีนโดยบังเอิญ จักรพรรดิผู้มีนิสัยชอบค้นคว้ายาสมุนไพร และเมื่อได้ลองดื่มดูก็รู้สึกสดชื่นเป็นอย่างมาก วัฒนธรรมการดื่มชาจึงก่อกำเนิดขึ้นตั้งแต่ตอนนั้น 

ส่งทอดมายังประเทศญี่ปุ่นในฐานะเป็นสมุนไพรอันแพร่หลาย กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตเพื่ออายุอันยืนยาว จนถึงขนาดที่ว่า นักบวชชาวญี่ปุ่นนาม Eisai ผู้เป็นต้นกำเนิดการดื่มชาสไตล์มัทฉะ (Matcha) ในหนังสือของท่านได้บันทึกไว้ว่า “ชาเป็นพื้นฐานทางจิตใจและเป็นเครื่องมือแพทย์ที่ดีที่สุด ทำให้ชีวิตถูกเติมเต็มและมีความสมบูรณ์มากขึ้น”

รสอูมามิ (Umami) ที่ชูใจและชูสุขภาพ แฝงอยู่ในชาเขียวชั้นดี

ผู้คนจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เริ่มคุ้นเคยกับรสอูมามิ ซึ่งเป็นรสชาติพื้นฐานลำดับที่ 5 โดยเฉพาะเมื่อเกิดปรากฎการณ์ “อูมามิบูม” ขึ้นทั่วโลกเมื่อไม่นานมานี้ รสอูมามิมีบทบาทสำคัญอย่างไม่น่าเชื่อต่อสุขภาพของมนุษย์ และมีโภชนาการในแบบที่หากจะกล่าวว่ามนุษย์เราไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้โดยปราศจากรสอูมามินั้น ก็ไม่ได้เป็นคำกล่าวที่เกินจริง 

เพราะรสชาติต่างๆ มีหน้าที่ อาทิ ความหวาน-จะเป็นตัวบ่งบอกถึงน้ำตาล ซึ่งให้พลังงานอย่างรวดเร็วกับร่างกาย ความเค็ม-จากโซเดียมมีหน้าที่ช่วยควบคุมธาตุเหล็กและภาวะสมดุลของน้ำ ร่างกายชอบรสเค็มในปริมาณเพียงเล็กน้อยเท่านั้นและไม่ชอบเมื่อเกิดภาวะเค็มจัด รสขม-ที่ขมมากเป็นตัวบ่งบอกถึงพิษ และแน่นอนรส “อูมามิ”-เป็นสัญญาณของหนึ่งในส่วนที่สำคัญที่สุด และเป็นพื้นฐานที่สุดของสารอาหาร นั่นคือ โปรตีน ซึ่งพบปริมาณมากในเนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่วชนิดต่าง ๆ และยังพบได้ในชาเขียวชั้นดี 

กรรมวิธีเฉพาะทำให้เกิดรส “อูมามิ” ในชาเขียว จะต้องปลูกในแหล่งชั้นดี ที่หลายคนคุ้นชื่อชิซึโอกะ (Shizuoka)  เกษตรกรจะปลูกด้วยการคลุมต้นชาไม่ให้โดนแดดก่อนเก็บเกี่ยว กระบวนการนี้จะเพิ่มการผลิตคลอโรฟิลล์ของต้นชา ส่งผลให้เกิดการเพิ่มปริมาณกรดอะมิโน และทำให้พืชมีสีเขียวเข้ม เมื่อเก็บเกี่ยวใบชาแล้ว ก้านและเส้นใบจะถูกนำออก จากนั้นใบจะถูกบดเป็นผงละเอียดที่รู้จักกันในชื่อมัทฉะ

คุณประโยชน์ของมัทฉะ ที่นำพาคนญี่ปุ่นอายุยืนยาวและแข็งแรง

มัทฉะมีสารอาหารจากใบชาทั้งหมด จากการบดเนื้อใบชาเป็นผงด้วยครกหินแล้วดื่มเนื้อใบชาไปพร้อมน้ำ ไม่ใช่เพียงการใส่ใบชาในน้ำอุ่นแล้วกรองดื่ม จึงส่งผลให้ผู้ดื่มได้รับคาเฟอีนและสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณที่สูงกว่าที่พบในการชงชาเขียวทั่วไป คราวนี้เรามาสำรวจกันดีกว่า ว่าชาเขียวแบบมัทฉะมีคุณประโยชน์อะไรบ้าง เราคัดมาให้ 7 ข้อเน้นๆ

  1. ต้านมะเร็ง

EGCG (EPIGALLOCATECHIN GALLATE) สารสำคัญที่พบมากที่สุดในชาเขียว จากการศึกษา EGCG จะยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง และลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งชนิดต่างๆ ได้ มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ มีศักยภาพในการป้องกันความเสียหายของเซลล์ที่เกิดจากอนุมูลอิสระ โดยมีความแรงของการต้านอนุมูลอิสระมากกว่า วิตามินซี 100 เท่า และวิตามินอี 25 เท่า

  1. ชะลอวัยและบำรุงสมอง

ช่วยป้องกันการเสื่อมของเซลล์ผิว ทำให้ผิวพรรณดูสดใส อ่อนเยาว์ งานวิจัยบางชิ้นแสดงให้เห็นว่า ส่วนประกอบหลายอย่างในมัทฉะสามารถช่วยเสริมการทำงานของสมอง จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการบริโภคผงชาเขียว 2 กรัมทุกวันเป็นเวลา 2 เดือน มีส่วนช่วยปรับปรุงการทำงานของสมองในผู้สูงอายุ

  1. ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด

ช่วยป้องกันอนุมูลอิสระไม่ให้ทำลายเซลล์หัวใจและหลอดเลือด รวมถึงช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล

  1. ดูแลตับ

ตับมีความสำคัญต่อสุขภาพและมีบทบาทสำคัญในการล้างสารพิษ และการย่อยสารอาหาร นับว่าเป็นอวัยวะที่สำคัญมากของร่างกาย จากการศึกษาวิจัยพบว่ามัทฉะอาจช่วยปกป้องสุขภาพของตับจากการศึกษาหนึ่ง ให้หนูที่เป็นเบาหวานกินมัทฉะเป็นเวลา 16 สัปดาห์ และพบว่าช่วยป้องกันความเสียหายต่อทั้งไตและตับได้

  1. คลายง่วง เสริมสมาธิ ทำให้ร่างกายสดชื่น 

ชาเขียวสามารถแก้อาการง่วงนอนและอ่อนเพลียได้ อีกทั้งยังทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นทดแทนกาแฟได้ เพราะในมัทฉะจะมีกาเฟอีน (Caffeine) และมีสารประกอบที่เรียกว่าแอล-ทีอะนีน (L-theanine) ซึ่งเปลี่ยนแปลงผลของคาเฟอีน เพิ่มความตื่นตัว เพิ่มการเคลื่อนไหวของคลื่นอัลฟาในสมอง ซึ่งอาจช่วยกระตุ้นให้เกิดการผ่อนคลายและลดระดับความเครียด เสริมสร้างสมาธิ หากใครที่อยากหาตัวช่วยให้กะปรี้กะเปร่ายามบ่ายวันทำงาน ชาเขียวเป็นตัวเลือกเพื่อสุขภาพที่ดีกว่ากาแฟแน่นอน

  1. ช่วยลดน้ำหนักอย่างเป็นธรรมชาติ

ด้วยกลไกของการกระตุ้นปฏิกิริยาออกซิเดชันของไขมัน โดยการยับยั้งเอนไซม์ไลเปส และลดกระบวนการแตกตัวของไขมัน ทำให้ไขมันดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้น้อย และช่วยการกระตุ้นการเผาผลาญไขมัน โดย EGCG จะช่วยเพิ่มกระบวนการการเผาผลาญพลังงานของเนื้อเยื่อไขมัน ทำให้น้ำหนักและมวลไขมันลดลงได้

  1. ขจัดสารพิษออกจากร่างกาย

ช่วยพัฒนาการทำงานของแบคทีเรียที่มีประโยชน์ในลำไส้ ทำให้การย่อยอาหารดีขึ้น ลดการสะสมสารพิษในลำไส้ และยังทำให้ลมหายใจสดชื่นขึ้นไปด้วย รวมไปถึงสามารถสลายอาการมึนเมาจากฤทธิ์สุราได้ ช่วยล้างพิษด้วยการขับสารพิษออกทางปัสสาวะ

มัทฉะในตอนนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องดื่มสุขภาพยอดนิยมของคนญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ด้วยคุณประโยชน์อันหลากหลายที่สร้างความสบายกาย ทำให้จิตสงบเกิดสมาธิ รวมไปถึงเสริมคุณค่าทางใจในแง่วัฒนธรรม ทำให้มัทฉะกลายเป็นเครื่องดื่มที่สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนไปทั่วโลก

Source

SHARE FOR HEALTH
Back To Top