skip to Main Content

นโยบายความเป็นส่วนตัว
(PRIVACY POLICY)

นโยบายความเป็นส่วนตัว
(PRIVACY POLICY)

ประกาศสำหรับกลุ่มบริษัทในเครือ ฟอร์แคร์

ฉบับที่ 005/2565

 นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท ฟอร์แคร์ จำกัด และบริษัทในเครือกิจการตามเอกสารแนบนี้ (รวมเรียกว่า “เรา”)  ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อรับผลิตภัณฑ์และบริการของเรา โดยประกาศฉบับนี้จะบังคับใช้กับเว็บไซต์ แอปพลิเคชั่น หน้าเพจที่มีแบรนด์สินค้าใดๆบนแพลทฟอร์มของบุคคลที่สาม (เช่น เฟซบุ๊ก หรือ ยูทูป) และแอปพลิเคชั่นที่เข้าถึงได้โดยบุคคลที่สาม หรือใช้งานผ่านแพลทฟอร์มของบุคคลที่สาม (ต่อไปเรียกว่า “เว็บไซต์ของเรา”  www.4care.co.th)  เรามีความจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ ดังนั้น เราจึงมีจุดประสงค์ประกาศนโยบาย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ขึ้น เพื่อแจ้ง เกี่ยวกับ สิทธิและหน้าที่ รวมถึงเงื่อนไขต่างๆ อันเกี่ยวเนื่องกับการ เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลที่บริษัท จะดำเนินการให้ผู้ใช้บริการ ในฐานะผู้ใช้บริการรับทราบ เพื่อประโยชน์ในการให้บริการผ่านทางเว็บไซต์นี้ รวมทั้งการปฏิบัติตามคำสั่งซื้อของคุณ และการปรับปรุงพัฒนาเว็บไซต์และบริการให้เหมาะกับคุณ เราให้ความเชื่อมั่นแก่ท่านว่า ข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดของท่านเป็นข้อมูลที่ทางเราให้ความสำคัญ โดยเรา รับประกันจะปกป้องและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลด้วยมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมอย่างดี ที่สุด และข้อมูลทั้งหมดของท่านจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับ โดยเราขอแนะนำให้ท่านโปรดอ่านและทำความ เข้าใจนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ เพื่อรับทราบวัตถุประสงค์ที่เราได้เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตลอดจนสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต่อท่าน โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ฉบับนี้ มีขอบเขตการบังคับใช้ครอบคลุมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดที่ดำเนินการโดยเรา รวมถึง บุคคลใด ๆ ซึ่งล่วงรู้ข้อมูลส่วนบุคคลเนื่องจากเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของเรา ซึ่งจะต้องปฏิบัติตามนโยบาย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ และตามกรอบที่กฎหมายกำหนด

สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้เก็บรวบรวมไว้ก่อนที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ใช้ บังคับ เราสามารถเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นได้ต่อไปตามวัตถุประสงค์เดิม โดยการเปิดเผยและการ ดำเนินการอื่นที่ไม่ใช่การเก็บรวบรวมและการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลข้างต้นให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

“นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า นโยบาย ที่เราจัดทำเพื่อแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วน บุคคลทราบถึงการประมวลผลข้อมูลของเรา และรายละเอียดต่าง ๆ ตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคล พ.ศ. 2562 ได้กำหนดไว้

“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่า ทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ 

อย่างไรก็ดี ข้อมูลต่อไปนี้ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ข้อมูลสำหรับการติดต่อทางธุรกิจที่ไม่ได้ระบุถึงตัว บุคคล อาทิ ชื่อบริษัท ที่อยู่ของบริษัท เลขทะเบียนนิติบุคคลของบริษัท หมายเลขโทรศัพท์ของที่ทำงาน อีเมล แอดเดรส (email address) ที่ใช้ในการทำงาน เช่น [email protected] ข้อมูลนิรนาม (Anonymous Data) หรือข้อมูลแฝงที่ถูกทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้อีกโดยวิธีการทางเทคนิค (Pseudonymous Data) ข้อมูลผู้ถึง แก่กรรม เป็นต้น 

“ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว” (Sensitive data) หมายความว่า ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อ ชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติ อาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่ง กระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศ กำหนด

  ทั้งนี้ ต่อไปในนโยบายฉบับนี้ หากไม่มีการกล่าวโดยเฉพาะเจาะจงจะเรียก “ข้อมูลส่วนบุคคล” และ “ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว” ที่เกี่ยวกับผู้ใช้บริการข้างต้นให้รวมกันเรียกว่า “ข้อมูลส่วนบุคคล”

“การประมวลผล” หมายความว่า การดำเนินการใด ๆ กับข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การเก็บรวบรวม บันทึก จัดระบบ ทำโครงสร้าง เก็บรักษา ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง กู้คืน ใช้ เปิดเผย ส่งต่อ เผยแพร่ โอน ผสมเข้าด้วยกัน ลบ ทำลาย 

“เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” (Data Subject) หมายความว่า บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วน บุคคล

“ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” (Data Controller) หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นซึ่งมีอำนาจ หน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

“ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” (Data Processor) หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการ เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บุคคลหรือนิติบุคคลที่ดำเนินการดังกล่าวไม่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

“คุกกี้” (Cookies) หมายความว่า ไฟล์คอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ที่จะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลชั่วคราวที่จำเป็น ลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการติดต่อสื่อสารซึ่งจะมีผล ในขณะที่เข้าใช้งานระบบเว็บไซต์เท่านั้น

3.1 ข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ ที่ให้กับหรือเก็บรวบรวมโดยเรา ผ่านคุกกี้และเทคโนโลยีติดตามอื่น ๆ ได้ถูกควบคุมโดยมีเรา เป็นผู้ควบคุมข้อมูล โดยเราขอเก็บรวบรวมข้อมูลของคุณที่อาจเกิดขึ้นจากการบันทึกข้อมูลอัตโนมัติผ่านทางโดนเมนของคุณหรือผู้ให้บริการในการเข้าถึงเว็ปไซต์ หรือบุคคลอื่นที่ได้รับความยินยอมจากคุณ รวมถึงข้อมูลที่คุณให้ไว้ด้วยความสมัครใจ และเราอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ดังต่อไปนี้

3.1.1 ข้อมูลเกี่ยวกับการลงทะเบียน หรือสมัครสมาชิก : ประกอบไปด้วยคำนำหน้าชื่อ ชื่อ-นามสกุล เพศ อายุ วันเดือนปีเกิด อีเมลล์ หมายเลขโทรศัพท์ ประเภทผลิตภัณฑ์ที่สนใจ

3.1.2 ข้อมูลเกี่ยวกับการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา : เราเก็บข้อมูลสารสนเทศและรายละเอียด มาตรฐานทางอินเตอร์เน็ตเกี่ยวกับรูปแบบพฤติกรรมของผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ (เราใช้ข้อมูลนี้บันทึกจำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์  การใช้พื้นที่บนเว็บไซต์ของผู้เยี่ยมชมที่ต่างกัน และ ลักษณะหรือการเชื่อมโยงอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์  แต่เราไม่ใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการระบุตัวตนของท่าน)

3.1.3 ข้อมูลเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ของท่าน : อันประกอบด้วย หมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ (IP address) รหัสประจำ Browser (Session Id) วันและเวลาในการเข้าชมเว็ปไซด์ (Times Stamp) ของท่าน  ระบบปฏิบัติการ และ ประเภทของบราวเซอร์

3.1.4 รายละเอียดในการติดต่อ ได้แก่ ที่อยู่ รายละเอียดในการจัดส่ง หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ อีเมล ชื่อบัญชีไลน์ (LINE ID) ชื่อบัญชีเฟซบุ๊ก (Facebook ID)

3.1.5 ข้อมูลทางการตลาดและการติดต่อสื่อสาร เช่น ความต้องการของท่านในการรับข้อมูล ทางการตลาดจากเรา พันธมิตรทางธุรกิจ หรือบริษัทอื่น ๆ และรูปแบบการติดต่อสื่อสารที่ต้องการ รายการสินค้าที่ สนใจ บันทึกการแจ้งเตือนเกี่ยวกับโปรโมชั่นสินค้าหรือบริการ และข้อมูลทางการตลาดและการติดต่อสื่อสารอื่น ๆ รวมถึง ข้อมูลการใช้เว็บไซต์ แพลตฟอร์ม สินค้า

3.1.6 รายละเอียดโปรไฟล์ เช่น ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน โปรไฟล์ การใช้จ่าย รายละเอียดเกี่ยวกับ ผลิตภัณฑ์หรือบริการ (ประวัติคำสั่ง การสั่งซื้อที่ผ่านมา ประวัติการซื้อ การยกเลิกคำสั่งซื้อลูกค้า คำสั่งซื้อผ่านทาง เว็บไซต์ รหัสคำสั่งซื้อ) บันทึกทางการเงิน หมายเลขยืนยันตัวตน (PIN) ข้อมูลเกี่ยวกับความสนใจ ความชื่นชอบ ผล ตอบรับและผลการตอบแบบสำรวจ ผลสำรวจความพึงพอใจ การใช้โซเชียลมีเดีย รายละเอียดการเข้าร่วมกิจกรรม การใช้รหัสส่วนลดและโปรโมชันสำหรับลูกค้า รายละเอียดคำสั่งซื้อของลูกค้า การบริการลูกค้า เป็นต้น

3.2 เราไม่มีนโยบายในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Data) จากท่าน อย่างไรก็ดี หากมีกรณีที่เราจำเป็นจะต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว เราจะขอความยินยอมจากท่านโดย ชัดแจ้งก่อนการดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว หรือเว้นแต่มีเหตุตามกฎหมายให้ดำเนินการเก็บ รวบรวมข้อมูลดังกล่าวได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม

3.3 ท่านตกลงจะไม่ส่งมอบข้อมูลใดๆ ที่ไม่ถูกต้องและ/หรือที่ทำให้เข้าใจผิดแก่เรา และท่านตกลงจะแจ้ง ให้เราทราบถึงความไม่ถูกต้องหรือการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลนั้น เราสงวนสิทธิ์ที่จะขอให้ส่งมอบเอกสารเพิ่มเติม อื่นใดเพื่อการยืนยันข้อมูลที่คุณได้ให้แก่เราตามที่เราเห็นสมควร

3.4 หากท่านได้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามแก่เรา (เช่น เจ้าของทรัพย์สิน ผู้รับผลประโยชน์ ผู้ ติดต่อฉุกเฉิน บุคคลที่อ้างอิง และผู้อ้างอิง) เช่น ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ รายได้ของบุคคลใน ครอบครัว และข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลเพื่อการติดต่ออื่นเพื่อติดต่อในกรณีฉุกเฉิน กรอกใบสมัครหรือทำธุรกรรม

ของท่านกับเรา ท่านรับรองว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ถูกต้องตามกฎหมาย กรุณาแจ้งบุคคลเหล่านั้นให้ทราบถึง นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ และ/หรือขอความยินยอมจากบุคคลเหล่านั้น 

เราจะเก็บรวบรวมข้อมูลของผู้เยาว์ ต่อเมื่อได้รับความ ยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ ผู้พิทักษ์ หรือผู้อนุบาล เท่านั้น เราจะไม่เก็บรวบรวมข้อมูลจากลูกค้าที่เรารู้โดยแจ้งชัดว่าอายุต่ำกว่ายี่สิบปี หากไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ ผู้พิทักษ์ หรือผู้ อนุบาล ในกรณีที่จำเป็นต้องได้รับความยินยอม ในกรณีที่เราทราบว่า เราได้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มี เจตนาจากบุคคลใด ๆ ที่อายุต่ำกว่ายี่สิบปี โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ ผู้พิทักษ์ หรือผู้อนุบาล เราจะดำเนินการลบข้อมูล ดังกล่าวทันที หรือประมวลผลเฉพาะในส่วนของข้อมูลที่เราสามารถกระทำได้บนฐานทางกฎหมายอื่น ๆ นอกเหนือจากการขอความยินยอม

เราเก็บรวบรวมหรือได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลประเภทต่าง ๆ จากแหล่งข้อมูลดังต่อไปนี้ 

5.1 การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากท่านโดยตรง

ข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรงในช่องทางให้บริการต่าง ๆ เช่น

(1)  เมื่อท่านได้เข้าถึงและ/หรือใช้บริการหรือแพลตฟอร์มของเรา หรือลงทะเบียนสมัครบัญชีผู้ใช้กับเรา

(2)  เมื่อท่านส่งแบบฟอร์ม รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง แบบฟอร์มการสมัครหรือแบบฟอร์มอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

กับผลิตภัณฑ์และบริการของเรา ไม่ว่าจะแบบออนไลน์หรือแบบฟอร์มเป็นเอกสาร

(3) เมื่อท่านทำข้อตกลงใดๆ หรือให้เอกสารหรือข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อระหว่างท่านกับเรา หรือเมื่อท่านใช้ผลิตภัณฑ์และบริการของเรา

(4) เมื่อท่านติดต่อกับเรา เช่น ผ่านทางโทรศัพท์ แฟกซ์ การประชุมแบบ เห็นหน้ากัน แพลตฟอร์มสื่อทางสังคม และอีเมลแอดเดรส รวมถึงเมื่อท่านได้ติดต่อกับตัวแทนให้บริการลูกค้า (แผนก customer service)

(5) เมื่อท่านใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือติดต่อกับเราผ่านแพลตฟอร์ม เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือใช้

บริการ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการใช้ผ่านคุกกี้ ซึ่งเราอาจปรับใช้เมื่อท่านใช้หรือเข้าถึงแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์

(6)  เมื่อท่านได้อนุญาตโดยผ่านอุปกรณ์ของท่าน ให้เปิดเผยข้อมูลใดๆ แก่แอปพลิเคชันหรือแพลตฟอร์ม

(7)  เมื่อท่านเชื่อมโยงบัญชีผู้ใช้บริการผ่านแพลตฟอร์มของเรากับบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media

Account) หรือบัญชีผู้ใช้งานอื่นของท่าน หรือใช้ฟีเจอร์สื่อสังคมออนไลน์อื่น (Social Media Features) ภายใต้ นโยบายการให้บริการของผู้ให้บริการฟีเจอร์นั้นๆ

(8)  เมื่อท่านดำเนินธุรกรรมผ่านบริการของเรา

(9)  เมื่อท่านให้ความคิดเห็นหรือคำร้องเรียนแก่เรา

(10)  ข้อมูลที่เราเก็บรวบรวมจากการที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าใช้งานเว็บไซต์ ผลิตภัณฑ์หรือบริการอื่น ๆ ตามสัญญาหรือตามพันธกิจ เช่น การติดตามพฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์ ผลิตภัณฑ์หรือบริการของเราด้วย การใช้คุกกี้ (Cookies) หรือจากซอฟต์แวร์บนอุปกรณ์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น

(11) เมื่อท่านส่งข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้แก่เราด้วยเหตุผลใดก็ตาม เป็นต้น

5.2 การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่น

5.2.1 การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่น เช่น ข้อมูลสาธารณะ และ/หรือ บริษัทแม่ และบริษัทในเครือ (เช่น การได้รับข้อมูลจากผู้ให้บริการที่เราว่าจ้างให้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลแทน) พันธมิตร ทางธุรกิจของเรา หน่วยงานที่เราให้บริการ (รวมทั้ง เว็บไซต์ ตลอดจนชื่อผู้ใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ของ หน่วยงานดังกล่าว) แหล่งข้อมูลของทางการ หน่วยงาน ของรัฐที่มีฐานข้อมูลที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับบุคคล หน่วยงาน ภาครัฐ (เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย กรมสรรพากร สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงาน คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย กรมบังคับคดี กระทรวงพาณิชย์ สำนักงาน คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กรมที่ดิน ศาล) และจากบุคคลภายนอกอื่นใด (เช่น ผู้ที่ แนะนำลูกค้า ผู้แทนของท่าน ผู้ค้า หรือบุคคลอื่นใดซึ่งได้รับมอบอำนาจจากท่าน)

5.2.2 แพลตฟอร์มของเราใช้ Google Analytics ซึ่งเป็นบริการวิเคราะห์เว็บที่ให้บริการโดย Google, Inc. (“Google”) Google Analytics ใช้คุกกี้ ซึ่งเป็นไฟล์ข้อความที่เก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ของคุณเพื่อ ช่วยเว็บแพลตฟอร์มวิเคราะห์วิธีการใช้งานของผู้ใช้ ข้อมูลที่คุกกี้สร้างขึ้นเกี่ยวกับการใช้งานเว็บแพลตฟอร์ม (รวมถึงที่อยู่ IP ของคุณ) จะถูกส่งและจัดเก็บบนเซิร์ฟเวอร์โดย Google ในประเทศสหรัฐอเมริกา Google จะใช้ ข้อมูลนี้เพื่อประเมินการใช้งานเว็บแพลตฟอร์ม รวบรวมรายงานเกี่ยวกับกิจกรรมที่เกิดขึ้นในเว็บแพลตฟอร์ม สำหรับผู้ให้บริการเว็บแพลตฟอร์ม และให้บริการด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมของเว็บแพลตฟอร์มและการใช้ งานอินเทอร์เน็ต Google ยังอาจส่งข้อมูลนี้ให้แก่บุคคลภายนอกตามที่กฎหมายได้กำหนดไว้ หรือเมื่อ บุคคลภายนอกดังกล่าวดำเนินการประมวลผลข้อมูลในนามของ Google Google จะไม่เชื่อมโยงที่อยู่ IP ของคุณ กับข้อมูลอื่นที่ Google เก็บรักษาไว้

เรามีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อนําไปใช้ประโยชน์ในการดําเนินงานตามวัตถุประสงค์และ พันธกิจของเรา ระหว่างท่านกับเรา โดยข้อมูลที่ได้ทําการจัดเก็บนั้น เราได้คํานึงถึงความถูกต้อง ครบถ้วน และ ความเป็นปัจจุบันของข้อมูล

เราอาจเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

7.1 เพื่อปรับปรุงและพัฒนาบริการและโปรโมชั่นให้ตอบสนองลูกค้าได้ดีขึ้น

7.2 เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบปัญหาของลูกค้าได้ดีขึ้น

เราจะดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยจะกระทำโดยมีวัตถุประสงค์ ขอบเขต และใช้ วิธีการที่ชอบด้วยกฎหมาย โปร่งใส และเป็นธรรม ภายใต้ฐานการประมวลผล ดังต่อไปนี้

8.1 การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ให้กระทำได้ภายใต้วัตถุประสงค์ และเพียงเท่าที่จำเป็นตามกรอบ วัตถุประสงค์ หรือ เพื่อประโยชน์ที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม โดยต้องแจ้งให้ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ถึงรายละเอียด ดังต่อไปนี้

(1)           วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม

(2)           ข้อมูลส่วนบุคคลที่ทำการเก็บรวบรวม

(3)           กรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือสัญญา หรือเพื่อเข้าทำสัญญา    โดยต้องแจ้งถึงผลกระทบที่เป็นไปได้จากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ

(4)           ประเภทของบุคคลหรือหน่วยงานซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมอาจถูกเปิดเผย

(5)           สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

8.2 การใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

เราจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อท่าน การดำเนินธุรกิจของ เรา

เพื่อให้ท่านได้รับบริการที่ดีจากการดำเนินธุรกิจของเรา ทั้งนี้ เราจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามกฎหมายและ กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องหรือเพื่อปรับปรุงบริการให้ประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ได้ แจ้งให้ท่านทราบตามนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ เพื่อพัฒนามาตรฐานความมั่นคงปลอดภัย สารสนเทศในการบริหารความเสี่ยง ตรวจจับ ป้องกันกิจกรรมที่มีแนวโน้มละเมิดกฎหมาย ระเบียบการใช้งานที่ เกี่ยวข้องหรือข้อตกลง เงื่อนไขการใช้เว็บไซต์หรือแอพพลิเคชันของเรา รวมถึงเพื่อติดต่อท่านผ่านทางโทรศัพท์ ข้อความ (SMS) อีเมลแอดเดรส หรือไปรษณีย์ หรือผ่านช่องทางใด ๆ เพื่อสอบถาม หรือแจ้งให้ท่านทราบ หรือ ตรวจสอบและยืนยันข้อมูล หรือสำรวจความคิดเห็น หรือแจ้งข้อมูลข่าวสารอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ และการ ให้บริการของเราตามที่จำเป็น

8.3 การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

8.3.1 เราจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลที่สาม เพื่อประโยชน์ในการเพิ่ม ประสิทธิภาพการให้บริการในด้านต่าง ๆ แก่ท่าน หรืออำนวยความสะดวกอื่นใดแก่ท่านได้อย่างถูกต้อง ต่อเนื่อง เพื่อให้ท่านสามารถทำธุรกรรมที่ท่านประสงค์ได้สำเร็จลุล่วง และเกิดประโยชน์สูงสุด โดยการเปิดเผยข้อมูลส่วน บุคคล ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์ที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับวัตถุประสงค์ของ การเก็บรวบรวม และต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลที่ให้ไว้ก่อนหรือในขณะนั้น เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้ ไม่จำเป็นต้องขอความยินยอม

(1)           เพื่อประโยชน์เกี่ยวกับการวางแผนหรือการสถิติหรือสำมะโนต่าง ๆ ของหน่วยงานของรัฐ

(2)           เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกายหรือสุขภาพของบุคคล

(3)           เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะโดยชอบด้วยกฎหมาย

(4)           เพื่อประโยชน์แก่การสืบสวนสอบสวนของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย หรือในการ

พิจารณาพิพากษาคดีของศาล

(5) เป็นการปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด หรือตามคำสั่งศาล

8.3.2 เราอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลที่สาม ไม่ว่าจะมีสภาพเป็นนิติบุคคล

หรือบุคคลธรรมดา ภายใต้ขอบเขตที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับ นี้ ซึ่งอาจรวมถึง

(1) บริษัทในเครือ คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ บริษัทย่อย และ/หรือ ผู้ให้บริการภายนอก เพื่อ ให้บริการในการนำเสนอสิทธิประโยชน์และบริการอื่น ๆ ของเราแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการพัฒนา ปรับปรุง ผลิตภัณฑ์ หรือบริการของเรา เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล การประมวลผลข้อมูล การดำเนินการด้านบัตร เครดิต การให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง การพัฒนา แพลตฟอร์มบริการลูกค้า การส่งอีเมล/SMS การพัฒนาเว็บไซต์ การพัฒนาแอปพลิเคชันบนมือถือ และการรับ ประกันภัยต่อ การสำรวจความพึงพอใจและการทำวิจัย การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าโดยจะมีการทำสัญญา รักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้เป็นความลับ กรณีนิติบุคคลจะต้องมีมาตรฐานด้านความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่มี มาตรฐานเป็นที่ยอมรับ

(2) หน่วยงานรัฐบาล รัฐบาล หรือองค์กรอื่นตามกฎหมาย เพื่อเป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย คำสั่ง

คำร้องขอ เพื่อการประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามกฎหมาย

ทั้งนี้ เราจะกำหนดให้ผู้ที่ได้รับข้อมูลมีมาตรการปกป้องข้อมูลของท่านอย่างเหมาะสมและประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดย ปราศจากอำนาจโดยมิชอบ

9.1 เราจะใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ ตามความยินยอมของท่านโดยจะต้องเป็นการใช้ตาม วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม จัดเก็บ ข้อมูลของเราเท่านั้น เราจะกำกับดูแลพนักงาน เจ้าหน้าที่หรือ ผู้ปฏิบัติงานของเรามิให้ใช้และ/หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์ของการเก็บ รวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลหรือเปิดเผยต่อบุคคลภายนอก เว้นแต่ 

9.1.1 เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ประมวลกฎหมายแพ่งและอาญา ประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความแพ่งและอาญา เป็นต้น

ของศาล

9.1.2 เป็นไปเพื่อประโยชน์แก่การสอบสวนของพนักงานสอบสวน หรือการพิจารณาพิพากษาคดี

9.1.3 เพื่อประโยชน์ของท่าน และการขอความยินยอมไม่อาจกระทำได้ในเวลานั้น

9.1.4 เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของเรา หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่เรา

9.1.5 เป็นการจำเป็นเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล

9.1.6 เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือเพื่อ ใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น

9.1.7 เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อ

ประโยชน์สาธารณะ หรือเพื่อการศึกษา วิจัย การจัดทำสถิติ ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม

9.2 เราอาจใช้บริการสารสนเทศของผู้ให้บริการซึ่งเป็นบุคคลภายนอกเพื่อให้ดำเนินการเก็บรักษาข้อมูล ส่วนบุคคล ซึ่งผู้ให้บริการนั้นจะต้องมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย โดยห้ามดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนอกเหนือจากที่เรากำหนด

เราอาจมีการมอบหมายหรือจัดซื้อจัดจ้างบุคคลที่สาม (ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล) ให้ทำการ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแทนหรือในนามของเรา ซึ่งบุคคลที่สามดังกล่าวอาจเสนอบริการในลักษณะต่าง ๆ เช่น การเป็นผู้ดูแล (Hosting) รับงานบริการช่วง (Outsourcing) หรือเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ (Cloud computing service/provider) หรือเป็นงานในลักษณะการจ้างทำของในรูปแบบอื่น

การมอบหมายให้บุคคลที่สามทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล นั้น เราจะจัดให้มีข้อตกลงระบุสิทธิและหน้าที่ของเราในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและของบุคคลที่เรา มอบหมายในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งรวมถึงกำหนดรายละเอียดประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่เรา มอบหมายให้ประมวลผล รวมถึงวัตถุประสงค์ ขอบเขตในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลและข้อตกลง   อื่น ๆ ที่ เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามขอบเขตที่ระบุในข้อตกลงและ ตามคำสั่งของเราเท่านั้นโดยไม่สามารถประมวลผลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นได้

ในกรณีที่ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีการมอบหมายผู้ให้บริการช่วง (ผู้ประมวลผลช่วง) เพื่อทำการ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแทนหรือในนามของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ดังนี้ เราจะกำกับให้ผู้ประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคลจัดให้มีเอกสารข้อตกลงระหว่างผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลกับผู้ประมวลผลช่วง ในรูปแบบและ มาตรฐานที่ไม่ต่ำกว่าข้อตกลงระหว่างเรากับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

เราอาจมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบริษัทในเครือหรือบุคคลอื่นใน

ต่างประเทศ หรือไปยังผู้รับข้อมูลอื่นซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจตามปกติของเรา เช่น การส่งหรือโอน

ข้อมูลส่วนบุคคลไปเก็บไว้บน Server/Cloud ในประเทศต่าง ๆ ในกรณีที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งท่าน เป็นคู่สัญญา หรือเป็นการกระทำตามสัญญาระหว่างเรากับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ของท่านหรือเพื่อ ใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญา หรือเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือ สุขภาพของท่านหรือบุคคลอื่น เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเป็นการจำเป็นเพื่อดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์ สาธารณะที่สำคัญ

กรณีที่ประเทศปลายทางมีมาตรฐานเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่เพียงพอ เราจะดูแลการส่ง หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และจะดำเนินการให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคลที่เห็นว่าจำเป็นและเหมาะสมสอดคล้องกับมาตรฐานการรักษาความลับ เช่น มีข้อตกลงรักษาความลับกับ ผู้รับข้อมูลในประเทศดังกล่าว หรือในกรณีที่ผู้รับข้อมูลเป็นบริษัทในเครือกิจการ/ธุรกิจเดียวกัน เราอาจเลือกใช้ วิธีการดำเนินการให้มีนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับการตรวจสอบและรับรองจากผู้มีอำนาจตาม กฎหมายที่เกี่ยวข้องและจะดำเนินการให้การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบริษัทในเครือกิจการ/ธุรกิจเดียวกัน ที่อยู่ต่างประเทศเป็นไปตามนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวแทนการดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด ไว้ก็ได้

เราจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตามระยะเวลาที่จำเป็นในระหว่างที่ท่านเป็นลูกค้าหรือยังคงใช้ บริการของเรา หรือตลอดระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้ ซึ่งอาจ จำเป็นต้องเก็บรักษาไว้ต่อไปภายหลังจากนั้นหากมีกฎหมายกำหนดหรืออนุญาตไว้ เช่น จัดเก็บไว้ตามกฎหมายว่า ด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน จัดเก็บไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการพิสูจน์ตรวจสอบกรณีอาจเกิดข้อ พิพาทภายในอายุความตามที่กฎหมายกำหนดเป็นระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี

ทั้งนี้ เราจะทำการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุถึงตัวตนของท่าน ได้เมื่อหมดความจำเป็นหรือสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าว

ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเราและเราได้นำมาตรการรักษาความ ปลอดภัยทางเทคนิคจึงเลือกใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัสข้อมูลเพื่อความปลอดภัยทางอิเล็กทรอนิกส์แบบ (Secure Sockets Layer หรือเรียกโดยย่อว่า SSL) เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลจากการสูญหาย การเข้าถึงการ ใช้หรือการเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาต การใช้งานในทางที่ผิด การดัดแปลงเปลี่ยนแปลง และการทำลายโดยใช้ เทคโนโลยีและขั้นตอนการรักษาความปลอดภัย เช่น การเข้ารหัสและการจำกัดการเข้าถึง เพื่อให้มั่นใจว่าบุคคลที่ ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและบุคคลเหล่านี้ได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับความสำคัญของ การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล  

เราจัดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้ที่ไม่มีสิทธิหรือหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลนั้น และจะจัดให้มีการ

ทบทวนมาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ เราจะไม่รับผิดชอบในกรณีความเสียหายใด ๆ อันเกิดจากการใช้หรือการเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลต่อบุคคลที่สาม รวมถึงการละเลย หรือเพิกเฉยการออกจากระบบ (Log out) ที่เจ้าของข้อมูลได้ เข้าใช้งานโดยการกระทำของเจ้าของข้อมูลหรือบุคคลอื่นซึ่งได้รับอนุญาตจากเจ้าของข้อมูล

ท่านมีสิทธิ (1) สิทธิในการเพิกถอนความยินยอมให้บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (2) สิทธิ ในการเข้าถึงและรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย (3) สิทธิในการขอให้โอนย้ายข้อมูล ส่วนบุคคลของท่าน (4) สิทธิในการคัดค้าน การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (5) สิทธิในการขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านซึ่งไม่อาจระบุตัวตนได้ (6) สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของ ท่าน (7) สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจ ผิด (8) สิทธิที่จะร้องเรียนในกรณีที่ท่านเห็นว่าถูกบริษัทหรือเจ้าหน้าที่หรือตัวแทนของบริษัทละเมิดสิทธิตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562

การร้องขอใด ๆ เพื่อการใช้สิทธิของท่านตามที่กล่าวข้างต้น จะต้องกระทำเป็นลายลักษณ์อักษร และ บริษัทจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดที่จะดำเนินการภายในระยะเวลาที่สมเหตุสมผล และไม่เกินระยะเวลาที่ กฎหมายกำหนด โดยบริษัทจะปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวกับสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคล

การใช้สิทธิของท่านตามข้อ 14.1 อาจถูกจำกัดภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมีบางกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่ เราอาจปฏิเสธหรือไม่สามารถดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิข้างต้นของท่านได้ เช่น ต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือ คำสั่งศาล เพื่อประโยชน์สาธารณะ การใช้สิทธิอาจละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น เป็นต้น หากเราปฏิเสธคำ ขอข้างต้น เราจะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธให้ท่านทราบด้วย

บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการคิดค่าบริการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต่อการเข้าดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูล ส่วนบุคคลตามที่ท่านร้องขอ

“คุกกี้” (Cookies) คือ ข้อมูลที่เรา ส่งไปที่เครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ผ่านเว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser) ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าใช้บริการเว็บไซต์ หรือช่องทาง ออนไลน์อื่น ๆ ของเรา และติดตั้งข้อมูลดังกล่าวไว้ในระบบของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยหากมีการใช้คุกกี้ก็จะ ทำให้เว็บไซต์ของเรา สามารถบันทึกหรือจดจำข้อมูลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้จนกว่าเจ้าของข้อมูลส่วน บุคคลจะออกจากเว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser) หรือจนกว่าเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะทำการลบ คุกกี้นั้นเสีย หรือไม่อนุญาตให้คุกกี้นั้นทำงานอีกต่อไป

การใช้คุกกี้จะทำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้รับความสะดวกสบายในการใช้บริการผ่านเว็บไซต์ของเรา มากขึ้น เพราะคุกกี้จะช่วยจดจำเว็บไซต์ที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลแวะหรือเยี่ยมชม ทั้งนี้ เราอาจขอความยินยอม จากท่านในการนำข้อมูลที่คุกกี้ได้บันทึกหรือเก็บรวบรวมไว้ไปใช้ในกรณี ดังต่อไปนี้

(1) เพื่อให้ระบบแสดงข้อมูลหรืออนุญาตให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าถึงบริการบางอย่างได้ เช่น การ แจ้งหรือส่งคำสั่งให้กับเรา ดำเนินการ การสอบถามข้อมูลกรมธรรม์ หรือการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดส่วนตัว เช่น รหัสผ่าน (Password), E-mail Address, Mobile Phone เป็นต้น

(2) เพื่อให้เราสามารถนำเสนอข่าวสารหรือประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับเรา และบริการที่เป็นประโยชน์ต่อ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละรายตามความเหมาะสม

(3) เพื่อใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการปรับปรุงเนื้อหาและบริการของเว็บไซต์ให้สอดคล้องกับความต้องการ ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมากที่สุด

(4) เพื่อใช้ในการวิเคราะห์เชิงสถิติ หรือในกิจกรรมอื่นของเรา

เราจะทำการพิจารณาทบทวนนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นประจำเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทาง ปฏิบัติ และกฎหมาย ข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรา จะแจ้งให้ท่านทราบถึงการแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่สำคัญใด ๆ พร้อมกับนโยบาย ฉบับปรับปรุง ผ่านช่องทางที่เหมาะสม ทั้งนี้ เราขอแนะนำให้ท่านตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงนโยบาย ฉบับนี้เป็น ระยะ ๆ

ในการใช้บริการแอบพลิเคชันหรือเว็บไซต์ของเรา อาจมีลิงก์เชื่อมต่อไปยังเครือข่ายสังคมออนไลน์ แพลตฟอร์ม และเว็บไซต์อื่นที่มีบุคคลภายนอกเป็นผู้ดำเนินการ เราพยายามที่จะเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ที่มี มาตรฐานในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เราไม่สามารถรับผิดชอบในเนื้อหาหรือมาตรฐาน การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเว็บไซต์อื่นนั้น เว้นแต่จะกำหนดไว้เป็นประการอื่น ข้อมูลส่วนบุคคลใดที่ท่าน ให้แก่เว็บไซต์ของบุคคลภายนอกนั้นจะถูกเก็บรวบรวมโดยบุคคลดังกล่าวและอยู่ภายใต้ประกาศ / นโยบาย เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลภายนอกดังกล่าว (หากมี) ในกรณีเช่นว่านี้ เราไม่อาจควบคุมและ ไม่อาจรับผิดชอบในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณโดยบุคคลภายนอกดังกล่าว

 ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัยหรือข้อเสนอแนะเกี่ยวกับนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือการปฏิบัติ ตามนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ เรายินดีตอบข้อสงสัย และรับฟังข้อเสนอแนะของท่าน โดยท่าน สามารถติดต่อกับบริษัทได้ตามสถานที่ติดต่อ ดังนี้ หากท่านเห็นว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่

เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ท่านมีสิทธิที่จะร้องเรียนไปยังเจ้าหน้าที่คุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล

รายละเอียดของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller) 

ชื่อ:  แผนกการตลาด

สถานที่ติดต่อ: บริษัท ฟอร์แคร์ อินโน จำกัด

โทรศัพท์: 02-171-1394-96

Email: [email protected]

รายละเอียดของเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ชื่อ แผนกดิจิตอล

สถานที่ติดต่อ: บริษัท ฟอร์แคร์ อินโน จำกัด

โทรศัพท์: 02-171-1394-96

email:  [email protected]

ท่านรับทราบและตกลงให้นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ อยู่ภายใต้การบังคับและตีความตาม กฎหมายไทย และศาลไทยเป็นผู้มีอำนาจในการพิจารณาข้อพิพาทใดที่อาจเกิดขึ้น

เอกสารแนบท้าย

 บริษัทในเครือกิจการและผู้ควบคุมข้อมูล

บริษัทและผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

สถานที่และวิธีติดต่อผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท ฟอร์แคร์ อินโน จำกัด

168 ซอยสุเหร่าคลองหนึ่ง 15แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510 โทร: 02-171-1394-96

บริษัท ฟอร์แคร์  จำกัด

168 ซอยสุเหร่าคลองหนึ่ง 15แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510 โทร: 02-171-1397

ประกาศสำหรับกลุ่มบริษัทในเครือ ฟอร์แคร์

ฉบับที่ 005/2565

 นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท ฟอร์แคร์ จำกัด และบริษัทในเครือกิจการตามเอกสารแนบนี้ (รวมเรียกว่า “เรา”)  ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อรับผลิตภัณฑ์และบริการของเรา โดยประกาศฉบับนี้จะบังคับใช้กับเว็บไซต์ แอปพลิเคชั่น หน้าเพจที่มีแบรนด์สินค้าใดๆบนแพลทฟอร์มของบุคคลที่สาม (เช่น เฟซบุ๊ก หรือ ยูทูป) และแอปพลิเคชั่นที่เข้าถึงได้โดยบุคคลที่สาม หรือใช้งานผ่านแพลทฟอร์มของบุคคลที่สาม (ต่อไปเรียกว่า “เว็บไซต์ของเรา”  www.4care.co.th)  เรามีความจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ ดังนั้น เราจึงมีจุดประสงค์ประกาศนโยบาย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ขึ้น เพื่อแจ้ง เกี่ยวกับ สิทธิและหน้าที่ รวมถึงเงื่อนไขต่างๆ อันเกี่ยวเนื่องกับการ เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลที่บริษัท จะดำเนินการให้ผู้ใช้บริการ ในฐานะผู้ใช้บริการรับทราบ เพื่อประโยชน์ในการให้บริการผ่านทางเว็บไซต์นี้ รวมทั้งการปฏิบัติตามคำสั่งซื้อของคุณ และการปรับปรุงพัฒนาเว็บไซต์และบริการให้เหมาะกับคุณ เราให้ความเชื่อมั่นแก่ท่านว่า ข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดของท่านเป็นข้อมูลที่ทางเราให้ความสำคัญ โดยเรา รับประกันจะปกป้องและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลด้วยมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมอย่างดี ที่สุด และข้อมูลทั้งหมดของท่านจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับ โดยเราขอแนะนำให้ท่านโปรดอ่านและทำความ เข้าใจนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ เพื่อรับทราบวัตถุประสงค์ที่เราได้เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตลอดจนสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต่อท่าน โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ฉบับนี้ มีขอบเขตการบังคับใช้ครอบคลุมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดที่ดำเนินการโดยเรา รวมถึง บุคคลใด ๆ ซึ่งล่วงรู้ข้อมูลส่วนบุคคลเนื่องจากเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของเรา ซึ่งจะต้องปฏิบัติตามนโยบาย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ และตามกรอบที่กฎหมายกำหนด

สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้เก็บรวบรวมไว้ก่อนที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ใช้ บังคับ เราสามารถเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นได้ต่อไปตามวัตถุประสงค์เดิม โดยการเปิดเผยและการ ดำเนินการอื่นที่ไม่ใช่การเก็บรวบรวมและการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลข้างต้นให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

“นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า นโยบาย ที่เราจัดทำเพื่อแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วน บุคคลทราบถึงการประมวลผลข้อมูลของเรา และรายละเอียดต่าง ๆ ตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคล พ.ศ. 2562 ได้กำหนดไว้

“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่า ทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ 

อย่างไรก็ดี ข้อมูลต่อไปนี้ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ข้อมูลสำหรับการติดต่อทางธุรกิจที่ไม่ได้ระบุถึงตัว บุคคล อาทิ ชื่อบริษัท ที่อยู่ของบริษัท เลขทะเบียนนิติบุคคลของบริษัท หมายเลขโทรศัพท์ของที่ทำงาน อีเมล แอดเดรส (email address) ที่ใช้ในการทำงาน เช่น [email protected] ข้อมูลนิรนาม (Anonymous Data) หรือข้อมูลแฝงที่ถูกทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้อีกโดยวิธีการทางเทคนิค (Pseudonymous Data) ข้อมูลผู้ถึง แก่กรรม เป็นต้น 

“ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว” (Sensitive data) หมายความว่า ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อ ชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติ อาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่ง กระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศ กำหนด

  ทั้งนี้ ต่อไปในนโยบายฉบับนี้ หากไม่มีการกล่าวโดยเฉพาะเจาะจงจะเรียก “ข้อมูลส่วนบุคคล” และ “ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว” ที่เกี่ยวกับผู้ใช้บริการข้างต้นให้รวมกันเรียกว่า “ข้อมูลส่วนบุคคล”

“การประมวลผล” หมายความว่า การดำเนินการใด ๆ กับข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การเก็บรวบรวม บันทึก จัดระบบ ทำโครงสร้าง เก็บรักษา ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง กู้คืน ใช้ เปิดเผย ส่งต่อ เผยแพร่ โอน ผสมเข้าด้วยกัน ลบ ทำลาย 

“เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” (Data Subject) หมายความว่า บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วน บุคคล

“ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” (Data Controller) หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นซึ่งมีอำนาจ หน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

“ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” (Data Processor) หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการ เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บุคคลหรือนิติบุคคลที่ดำเนินการดังกล่าวไม่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

“คุกกี้” (Cookies) หมายความว่า ไฟล์คอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ที่จะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลชั่วคราวที่จำเป็น ลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการติดต่อสื่อสารซึ่งจะมีผล ในขณะที่เข้าใช้งานระบบเว็บไซต์เท่านั้น

3.1 ข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ ที่ให้กับหรือเก็บรวบรวมโดยเรา ผ่านคุกกี้และเทคโนโลยีติดตามอื่น ๆ ได้ถูกควบคุมโดยมีเรา เป็นผู้ควบคุมข้อมูล โดยเราขอเก็บรวบรวมข้อมูลของคุณที่อาจเกิดขึ้นจากการบันทึกข้อมูลอัตโนมัติผ่านทางโดนเมนของคุณหรือผู้ให้บริการในการเข้าถึงเว็ปไซต์ หรือบุคคลอื่นที่ได้รับความยินยอมจากคุณ รวมถึงข้อมูลที่คุณให้ไว้ด้วยความสมัครใจ และเราอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ดังต่อไปนี้

3.1.1 ข้อมูลเกี่ยวกับการลงทะเบียน หรือสมัครสมาชิก : ประกอบไปด้วยคำนำหน้าชื่อ ชื่อ-นามสกุล เพศ อายุ วันเดือนปีเกิด อีเมลล์ หมายเลขโทรศัพท์ ประเภทผลิตภัณฑ์ที่สนใจ

3.1.2 ข้อมูลเกี่ยวกับการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา : เราเก็บข้อมูลสารสนเทศและรายละเอียด มาตรฐานทางอินเตอร์เน็ตเกี่ยวกับรูปแบบพฤติกรรมของผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ (เราใช้ข้อมูลนี้บันทึกจำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์  การใช้พื้นที่บนเว็บไซต์ของผู้เยี่ยมชมที่ต่างกัน และ ลักษณะหรือการเชื่อมโยงอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์  แต่เราไม่ใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการระบุตัวตนของท่าน)

3.1.3 ข้อมูลเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ของท่าน : อันประกอบด้วย หมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ (IP address) รหัสประจำ Browser (Session Id) วันและเวลาในการเข้าชมเว็ปไซด์ (Times Stamp) ของท่าน  ระบบปฏิบัติการ และ ประเภทของบราวเซอร์

3.1.4 รายละเอียดในการติดต่อ ได้แก่ ที่อยู่ รายละเอียดในการจัดส่ง หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ อีเมล ชื่อบัญชีไลน์ (LINE ID) ชื่อบัญชีเฟซบุ๊ก (Facebook ID)

3.1.5 ข้อมูลทางการตลาดและการติดต่อสื่อสาร เช่น ความต้องการของท่านในการรับข้อมูล ทางการตลาดจากเรา พันธมิตรทางธุรกิจ หรือบริษัทอื่น ๆ และรูปแบบการติดต่อสื่อสารที่ต้องการ รายการสินค้าที่ สนใจ บันทึกการแจ้งเตือนเกี่ยวกับโปรโมชั่นสินค้าหรือบริการ และข้อมูลทางการตลาดและการติดต่อสื่อสารอื่น ๆ รวมถึง ข้อมูลการใช้เว็บไซต์ แพลตฟอร์ม สินค้า

3.1.6 รายละเอียดโปรไฟล์ เช่น ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน โปรไฟล์ การใช้จ่าย รายละเอียดเกี่ยวกับ ผลิตภัณฑ์หรือบริการ (ประวัติคำสั่ง การสั่งซื้อที่ผ่านมา ประวัติการซื้อ การยกเลิกคำสั่งซื้อลูกค้า คำสั่งซื้อผ่านทาง เว็บไซต์ รหัสคำสั่งซื้อ) บันทึกทางการเงิน หมายเลขยืนยันตัวตน (PIN) ข้อมูลเกี่ยวกับความสนใจ ความชื่นชอบ ผล ตอบรับและผลการตอบแบบสำรวจ ผลสำรวจความพึงพอใจ การใช้โซเชียลมีเดีย รายละเอียดการเข้าร่วมกิจกรรม การใช้รหัสส่วนลดและโปรโมชันสำหรับลูกค้า รายละเอียดคำสั่งซื้อของลูกค้า การบริการลูกค้า เป็นต้น

3.2 เราไม่มีนโยบายในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Data) จากท่าน อย่างไรก็ดี หากมีกรณีที่เราจำเป็นจะต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว เราจะขอความยินยอมจากท่านโดย ชัดแจ้งก่อนการดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว หรือเว้นแต่มีเหตุตามกฎหมายให้ดำเนินการเก็บ รวบรวมข้อมูลดังกล่าวได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม

3.3 ท่านตกลงจะไม่ส่งมอบข้อมูลใดๆ ที่ไม่ถูกต้องและ/หรือที่ทำให้เข้าใจผิดแก่เรา และท่านตกลงจะแจ้ง ให้เราทราบถึงความไม่ถูกต้องหรือการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลนั้น เราสงวนสิทธิ์ที่จะขอให้ส่งมอบเอกสารเพิ่มเติม อื่นใดเพื่อการยืนยันข้อมูลที่คุณได้ให้แก่เราตามที่เราเห็นสมควร

3.4 หากท่านได้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามแก่เรา (เช่น เจ้าของทรัพย์สิน ผู้รับผลประโยชน์ ผู้ ติดต่อฉุกเฉิน บุคคลที่อ้างอิง และผู้อ้างอิง) เช่น ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ รายได้ของบุคคลใน ครอบครัว และข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลเพื่อการติดต่ออื่นเพื่อติดต่อในกรณีฉุกเฉิน กรอกใบสมัครหรือทำธุรกรรม

ของท่านกับเรา ท่านรับรองว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ถูกต้องตามกฎหมาย กรุณาแจ้งบุคคลเหล่านั้นให้ทราบถึง นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ และ/หรือขอความยินยอมจากบุคคลเหล่านั้น 

เราจะเก็บรวบรวมข้อมูลของผู้เยาว์ ต่อเมื่อได้รับความ ยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ ผู้พิทักษ์ หรือผู้อนุบาล เท่านั้น เราจะไม่เก็บรวบรวมข้อมูลจากลูกค้าที่เรารู้โดยแจ้งชัดว่าอายุต่ำกว่ายี่สิบปี หากไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ ผู้พิทักษ์ หรือผู้ อนุบาล ในกรณีที่จำเป็นต้องได้รับความยินยอม ในกรณีที่เราทราบว่า เราได้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มี เจตนาจากบุคคลใด ๆ ที่อายุต่ำกว่ายี่สิบปี โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ ผู้พิทักษ์ หรือผู้อนุบาล เราจะดำเนินการลบข้อมูล ดังกล่าวทันที หรือประมวลผลเฉพาะในส่วนของข้อมูลที่เราสามารถกระทำได้บนฐานทางกฎหมายอื่น ๆ นอกเหนือจากการขอความยินยอม

เราเก็บรวบรวมหรือได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลประเภทต่าง ๆ จากแหล่งข้อมูลดังต่อไปนี้ 

5.1 การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากท่านโดยตรง

ข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรงในช่องทางให้บริการต่าง ๆ เช่น

(1)  เมื่อท่านได้เข้าถึงและ/หรือใช้บริการหรือแพลตฟอร์มของเรา หรือลงทะเบียนสมัครบัญชีผู้ใช้กับเรา

(2)  เมื่อท่านส่งแบบฟอร์ม รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง แบบฟอร์มการสมัครหรือแบบฟอร์มอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

กับผลิตภัณฑ์และบริการของเรา ไม่ว่าจะแบบออนไลน์หรือแบบฟอร์มเป็นเอกสาร

(3) เมื่อท่านทำข้อตกลงใดๆ หรือให้เอกสารหรือข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อระหว่างท่านกับเรา หรือเมื่อท่านใช้ผลิตภัณฑ์และบริการของเรา

(4) เมื่อท่านติดต่อกับเรา เช่น ผ่านทางโทรศัพท์ แฟกซ์ การประชุมแบบ เห็นหน้ากัน แพลตฟอร์มสื่อทางสังคม และอีเมลแอดเดรส รวมถึงเมื่อท่านได้ติดต่อกับตัวแทนให้บริการลูกค้า (แผนก customer service)

(5) เมื่อท่านใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือติดต่อกับเราผ่านแพลตฟอร์ม เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือใช้

บริการ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการใช้ผ่านคุกกี้ ซึ่งเราอาจปรับใช้เมื่อท่านใช้หรือเข้าถึงแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์

(6)  เมื่อท่านได้อนุญาตโดยผ่านอุปกรณ์ของท่าน ให้เปิดเผยข้อมูลใดๆ แก่แอปพลิเคชันหรือแพลตฟอร์ม

(7)  เมื่อท่านเชื่อมโยงบัญชีผู้ใช้บริการผ่านแพลตฟอร์มของเรากับบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media

Account) หรือบัญชีผู้ใช้งานอื่นของท่าน หรือใช้ฟีเจอร์สื่อสังคมออนไลน์อื่น (Social Media Features) ภายใต้ นโยบายการให้บริการของผู้ให้บริการฟีเจอร์นั้นๆ

(8)  เมื่อท่านดำเนินธุรกรรมผ่านบริการของเรา

(9)  เมื่อท่านให้ความคิดเห็นหรือคำร้องเรียนแก่เรา

(10)  ข้อมูลที่เราเก็บรวบรวมจากการที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าใช้งานเว็บไซต์ ผลิตภัณฑ์หรือบริการอื่น ๆ ตามสัญญาหรือตามพันธกิจ เช่น การติดตามพฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์ ผลิตภัณฑ์หรือบริการของเราด้วย การใช้คุกกี้ (Cookies) หรือจากซอฟต์แวร์บนอุปกรณ์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น

(11) เมื่อท่านส่งข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้แก่เราด้วยเหตุผลใดก็ตาม เป็นต้น

5.2 การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่น

5.2.1 การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่น เช่น ข้อมูลสาธารณะ และ/หรือ บริษัทแม่ และบริษัทในเครือ (เช่น การได้รับข้อมูลจากผู้ให้บริการที่เราว่าจ้างให้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลแทน) พันธมิตร ทางธุรกิจของเรา หน่วยงานที่เราให้บริการ (รวมทั้ง เว็บไซต์ ตลอดจนชื่อผู้ใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ของ หน่วยงานดังกล่าว) แหล่งข้อมูลของทางการ หน่วยงาน ของรัฐที่มีฐานข้อมูลที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับบุคคล หน่วยงาน ภาครัฐ (เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย กรมสรรพากร สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงาน คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย กรมบังคับคดี กระทรวงพาณิชย์ สำนักงาน คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กรมที่ดิน ศาล) และจากบุคคลภายนอกอื่นใด (เช่น ผู้ที่ แนะนำลูกค้า ผู้แทนของท่าน ผู้ค้า หรือบุคคลอื่นใดซึ่งได้รับมอบอำนาจจากท่าน)

5.2.2 แพลตฟอร์มของเราใช้ Google Analytics ซึ่งเป็นบริการวิเคราะห์เว็บที่ให้บริการโดย Google, Inc. (“Google”) Google Analytics ใช้คุกกี้ ซึ่งเป็นไฟล์ข้อความที่เก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ของคุณเพื่อ ช่วยเว็บแพลตฟอร์มวิเคราะห์วิธีการใช้งานของผู้ใช้ ข้อมูลที่คุกกี้สร้างขึ้นเกี่ยวกับการใช้งานเว็บแพลตฟอร์ม (รวมถึงที่อยู่ IP ของคุณ) จะถูกส่งและจัดเก็บบนเซิร์ฟเวอร์โดย Google ในประเทศสหรัฐอเมริกา Google จะใช้ ข้อมูลนี้เพื่อประเมินการใช้งานเว็บแพลตฟอร์ม รวบรวมรายงานเกี่ยวกับกิจกรรมที่เกิดขึ้นในเว็บแพลตฟอร์ม สำหรับผู้ให้บริการเว็บแพลตฟอร์ม และให้บริการด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมของเว็บแพลตฟอร์มและการใช้ งานอินเทอร์เน็ต Google ยังอาจส่งข้อมูลนี้ให้แก่บุคคลภายนอกตามที่กฎหมายได้กำหนดไว้ หรือเมื่อ บุคคลภายนอกดังกล่าวดำเนินการประมวลผลข้อมูลในนามของ Google Google จะไม่เชื่อมโยงที่อยู่ IP ของคุณ กับข้อมูลอื่นที่ Google เก็บรักษาไว้

เรามีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อนําไปใช้ประโยชน์ในการดําเนินงานตามวัตถุประสงค์และ พันธกิจของเรา ระหว่างท่านกับเรา โดยข้อมูลที่ได้ทําการจัดเก็บนั้น เราได้คํานึงถึงความถูกต้อง ครบถ้วน และ ความเป็นปัจจุบันของข้อมูล

เราอาจเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

7.1 เพื่อปรับปรุงและพัฒนาบริการและโปรโมชั่นให้ตอบสนองลูกค้าได้ดีขึ้น

7.2 เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบปัญหาของลูกค้าได้ดีขึ้น

เราจะดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยจะกระทำโดยมีวัตถุประสงค์ ขอบเขต และใช้ วิธีการที่ชอบด้วยกฎหมาย โปร่งใส และเป็นธรรม ภายใต้ฐานการประมวลผล ดังต่อไปนี้

8.1 การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ให้กระทำได้ภายใต้วัตถุประสงค์ และเพียงเท่าที่จำเป็นตามกรอบ วัตถุประสงค์ หรือ เพื่อประโยชน์ที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม โดยต้องแจ้งให้ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ถึงรายละเอียด ดังต่อไปนี้

(1)           วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม

(2)           ข้อมูลส่วนบุคคลที่ทำการเก็บรวบรวม

(3)           กรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือสัญญา หรือเพื่อเข้าทำสัญญา    โดยต้องแจ้งถึงผลกระทบที่เป็นไปได้จากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ

(4)           ประเภทของบุคคลหรือหน่วยงานซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมอาจถูกเปิดเผย

(5)           สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

8.2 การใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

เราจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อท่าน การดำเนินธุรกิจของ เรา

เพื่อให้ท่านได้รับบริการที่ดีจากการดำเนินธุรกิจของเรา ทั้งนี้ เราจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามกฎหมายและ กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องหรือเพื่อปรับปรุงบริการให้ประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ได้ แจ้งให้ท่านทราบตามนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ เพื่อพัฒนามาตรฐานความมั่นคงปลอดภัย สารสนเทศในการบริหารความเสี่ยง ตรวจจับ ป้องกันกิจกรรมที่มีแนวโน้มละเมิดกฎหมาย ระเบียบการใช้งานที่ เกี่ยวข้องหรือข้อตกลง เงื่อนไขการใช้เว็บไซต์หรือแอพพลิเคชันของเรา รวมถึงเพื่อติดต่อท่านผ่านทางโทรศัพท์ ข้อความ (SMS) อีเมลแอดเดรส หรือไปรษณีย์ หรือผ่านช่องทางใด ๆ เพื่อสอบถาม หรือแจ้งให้ท่านทราบ หรือ ตรวจสอบและยืนยันข้อมูล หรือสำรวจความคิดเห็น หรือแจ้งข้อมูลข่าวสารอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ และการ ให้บริการของเราตามที่จำเป็น

8.3 การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

8.3.1 เราจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลที่สาม เพื่อประโยชน์ในการเพิ่ม ประสิทธิภาพการให้บริการในด้านต่าง ๆ แก่ท่าน หรืออำนวยความสะดวกอื่นใดแก่ท่านได้อย่างถูกต้อง ต่อเนื่อง เพื่อให้ท่านสามารถทำธุรกรรมที่ท่านประสงค์ได้สำเร็จลุล่วง และเกิดประโยชน์สูงสุด โดยการเปิดเผยข้อมูลส่วน บุคคล ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์ที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับวัตถุประสงค์ของ การเก็บรวบรวม และต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลที่ให้ไว้ก่อนหรือในขณะนั้น เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้ ไม่จำเป็นต้องขอความยินยอม

(1)           เพื่อประโยชน์เกี่ยวกับการวางแผนหรือการสถิติหรือสำมะโนต่าง ๆ ของหน่วยงานของรัฐ

(2)           เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกายหรือสุขภาพของบุคคล

(3)           เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะโดยชอบด้วยกฎหมาย

(4)           เพื่อประโยชน์แก่การสืบสวนสอบสวนของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย หรือในการ

พิจารณาพิพากษาคดีของศาล

(5) เป็นการปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด หรือตามคำสั่งศาล

8.3.2 เราอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลที่สาม ไม่ว่าจะมีสภาพเป็นนิติบุคคล

หรือบุคคลธรรมดา ภายใต้ขอบเขตที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับ นี้ ซึ่งอาจรวมถึง

(1) บริษัทในเครือ คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ บริษัทย่อย และ/หรือ ผู้ให้บริการภายนอก เพื่อ ให้บริการในการนำเสนอสิทธิประโยชน์และบริการอื่น ๆ ของเราแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการพัฒนา ปรับปรุง ผลิตภัณฑ์ หรือบริการของเรา เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล การประมวลผลข้อมูล การดำเนินการด้านบัตร เครดิต การให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง การพัฒนา แพลตฟอร์มบริการลูกค้า การส่งอีเมล/SMS การพัฒนาเว็บไซต์ การพัฒนาแอปพลิเคชันบนมือถือ และการรับ ประกันภัยต่อ การสำรวจความพึงพอใจและการทำวิจัย การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าโดยจะมีการทำสัญญา รักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้เป็นความลับ กรณีนิติบุคคลจะต้องมีมาตรฐานด้านความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่มี มาตรฐานเป็นที่ยอมรับ

(2) หน่วยงานรัฐบาล รัฐบาล หรือองค์กรอื่นตามกฎหมาย เพื่อเป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย คำสั่ง

คำร้องขอ เพื่อการประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามกฎหมาย

ทั้งนี้ เราจะกำหนดให้ผู้ที่ได้รับข้อมูลมีมาตรการปกป้องข้อมูลของท่านอย่างเหมาะสมและประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดย ปราศจากอำนาจโดยมิชอบ

9.1 เราจะใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ ตามความยินยอมของท่านโดยจะต้องเป็นการใช้ตาม วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม จัดเก็บ ข้อมูลของเราเท่านั้น เราจะกำกับดูแลพนักงาน เจ้าหน้าที่หรือ ผู้ปฏิบัติงานของเรามิให้ใช้และ/หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์ของการเก็บ รวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลหรือเปิดเผยต่อบุคคลภายนอก เว้นแต่ 

9.1.1 เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ประมวลกฎหมายแพ่งและอาญา ประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความแพ่งและอาญา เป็นต้น

ของศาล

9.1.2 เป็นไปเพื่อประโยชน์แก่การสอบสวนของพนักงานสอบสวน หรือการพิจารณาพิพากษาคดี

9.1.3 เพื่อประโยชน์ของท่าน และการขอความยินยอมไม่อาจกระทำได้ในเวลานั้น

9.1.4 เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของเรา หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่เรา

9.1.5 เป็นการจำเป็นเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล

9.1.6 เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือเพื่อ ใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น

9.1.7 เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อ

ประโยชน์สาธารณะ หรือเพื่อการศึกษา วิจัย การจัดทำสถิติ ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม

9.2 เราอาจใช้บริการสารสนเทศของผู้ให้บริการซึ่งเป็นบุคคลภายนอกเพื่อให้ดำเนินการเก็บรักษาข้อมูล ส่วนบุคคล ซึ่งผู้ให้บริการนั้นจะต้องมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย โดยห้ามดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนอกเหนือจากที่เรากำหนด

เราอาจมีการมอบหมายหรือจัดซื้อจัดจ้างบุคคลที่สาม (ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล) ให้ทำการ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแทนหรือในนามของเรา ซึ่งบุคคลที่สามดังกล่าวอาจเสนอบริการในลักษณะต่าง ๆ เช่น การเป็นผู้ดูแล (Hosting) รับงานบริการช่วง (Outsourcing) หรือเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ (Cloud computing service/provider) หรือเป็นงานในลักษณะการจ้างทำของในรูปแบบอื่น

การมอบหมายให้บุคคลที่สามทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล นั้น เราจะจัดให้มีข้อตกลงระบุสิทธิและหน้าที่ของเราในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและของบุคคลที่เรา มอบหมายในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งรวมถึงกำหนดรายละเอียดประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่เรา มอบหมายให้ประมวลผล รวมถึงวัตถุประสงค์ ขอบเขตในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลและข้อตกลง   อื่น ๆ ที่ เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามขอบเขตที่ระบุในข้อตกลงและ ตามคำสั่งของเราเท่านั้นโดยไม่สามารถประมวลผลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นได้

ในกรณีที่ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีการมอบหมายผู้ให้บริการช่วง (ผู้ประมวลผลช่วง) เพื่อทำการ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแทนหรือในนามของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ดังนี้ เราจะกำกับให้ผู้ประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคลจัดให้มีเอกสารข้อตกลงระหว่างผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลกับผู้ประมวลผลช่วง ในรูปแบบและ มาตรฐานที่ไม่ต่ำกว่าข้อตกลงระหว่างเรากับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

เราอาจมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบริษัทในเครือหรือบุคคลอื่นใน

ต่างประเทศ หรือไปยังผู้รับข้อมูลอื่นซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจตามปกติของเรา เช่น การส่งหรือโอน

ข้อมูลส่วนบุคคลไปเก็บไว้บน Server/Cloud ในประเทศต่าง ๆ ในกรณีที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งท่าน เป็นคู่สัญญา หรือเป็นการกระทำตามสัญญาระหว่างเรากับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ของท่านหรือเพื่อ ใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญา หรือเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือ สุขภาพของท่านหรือบุคคลอื่น เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเป็นการจำเป็นเพื่อดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์ สาธารณะที่สำคัญ

กรณีที่ประเทศปลายทางมีมาตรฐานเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่เพียงพอ เราจะดูแลการส่ง หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และจะดำเนินการให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคลที่เห็นว่าจำเป็นและเหมาะสมสอดคล้องกับมาตรฐานการรักษาความลับ เช่น มีข้อตกลงรักษาความลับกับ ผู้รับข้อมูลในประเทศดังกล่าว หรือในกรณีที่ผู้รับข้อมูลเป็นบริษัทในเครือกิจการ/ธุรกิจเดียวกัน เราอาจเลือกใช้ วิธีการดำเนินการให้มีนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับการตรวจสอบและรับรองจากผู้มีอำนาจตาม กฎหมายที่เกี่ยวข้องและจะดำเนินการให้การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบริษัทในเครือกิจการ/ธุรกิจเดียวกัน ที่อยู่ต่างประเทศเป็นไปตามนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวแทนการดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด ไว้ก็ได้

เราจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตามระยะเวลาที่จำเป็นในระหว่างที่ท่านเป็นลูกค้าหรือยังคงใช้ บริการของเรา หรือตลอดระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้ ซึ่งอาจ จำเป็นต้องเก็บรักษาไว้ต่อไปภายหลังจากนั้นหากมีกฎหมายกำหนดหรืออนุญาตไว้ เช่น จัดเก็บไว้ตามกฎหมายว่า ด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน จัดเก็บไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการพิสูจน์ตรวจสอบกรณีอาจเกิดข้อ พิพาทภายในอายุความตามที่กฎหมายกำหนดเป็นระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี

ทั้งนี้ เราจะทำการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุถึงตัวตนของท่าน ได้เมื่อหมดความจำเป็นหรือสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าว

ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเราและเราได้นำมาตรการรักษาความ ปลอดภัยทางเทคนิคจึงเลือกใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัสข้อมูลเพื่อความปลอดภัยทางอิเล็กทรอนิกส์แบบ (Secure Sockets Layer หรือเรียกโดยย่อว่า SSL) เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลจากการสูญหาย การเข้าถึงการ ใช้หรือการเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาต การใช้งานในทางที่ผิด การดัดแปลงเปลี่ยนแปลง และการทำลายโดยใช้ เทคโนโลยีและขั้นตอนการรักษาความปลอดภัย เช่น การเข้ารหัสและการจำกัดการเข้าถึง เพื่อให้มั่นใจว่าบุคคลที่ ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและบุคคลเหล่านี้ได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับความสำคัญของ การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล  

เราจัดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้ที่ไม่มีสิทธิหรือหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลนั้น และจะจัดให้มีการ

ทบทวนมาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ เราจะไม่รับผิดชอบในกรณีความเสียหายใด ๆ อันเกิดจากการใช้หรือการเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลต่อบุคคลที่สาม รวมถึงการละเลย หรือเพิกเฉยการออกจากระบบ (Log out) ที่เจ้าของข้อมูลได้ เข้าใช้งานโดยการกระทำของเจ้าของข้อมูลหรือบุคคลอื่นซึ่งได้รับอนุญาตจากเจ้าของข้อมูล

ท่านมีสิทธิ (1) สิทธิในการเพิกถอนความยินยอมให้บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (2) สิทธิ ในการเข้าถึงและรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย (3) สิทธิในการขอให้โอนย้ายข้อมูล ส่วนบุคคลของท่าน (4) สิทธิในการคัดค้าน การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (5) สิทธิในการขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านซึ่งไม่อาจระบุตัวตนได้ (6) สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของ ท่าน (7) สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจ ผิด (8) สิทธิที่จะร้องเรียนในกรณีที่ท่านเห็นว่าถูกบริษัทหรือเจ้าหน้าที่หรือตัวแทนของบริษัทละเมิดสิทธิตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562

การร้องขอใด ๆ เพื่อการใช้สิทธิของท่านตามที่กล่าวข้างต้น จะต้องกระทำเป็นลายลักษณ์อักษร และ บริษัทจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดที่จะดำเนินการภายในระยะเวลาที่สมเหตุสมผล และไม่เกินระยะเวลาที่ กฎหมายกำหนด โดยบริษัทจะปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวกับสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคล

การใช้สิทธิของท่านตามข้อ 14.1 อาจถูกจำกัดภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมีบางกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่ เราอาจปฏิเสธหรือไม่สามารถดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิข้างต้นของท่านได้ เช่น ต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือ คำสั่งศาล เพื่อประโยชน์สาธารณะ การใช้สิทธิอาจละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น เป็นต้น หากเราปฏิเสธคำ ขอข้างต้น เราจะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธให้ท่านทราบด้วย

บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการคิดค่าบริการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต่อการเข้าดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูล ส่วนบุคคลตามที่ท่านร้องขอ

“คุกกี้” (Cookies) คือ ข้อมูลที่เรา ส่งไปที่เครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ผ่านเว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser) ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าใช้บริการเว็บไซต์ หรือช่องทาง ออนไลน์อื่น ๆ ของเรา และติดตั้งข้อมูลดังกล่าวไว้ในระบบของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยหากมีการใช้คุกกี้ก็จะ ทำให้เว็บไซต์ของเรา สามารถบันทึกหรือจดจำข้อมูลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้จนกว่าเจ้าของข้อมูลส่วน บุคคลจะออกจากเว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser) หรือจนกว่าเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะทำการลบ คุกกี้นั้นเสีย หรือไม่อนุญาตให้คุกกี้นั้นทำงานอีกต่อไป

การใช้คุกกี้จะทำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้รับความสะดวกสบายในการใช้บริการผ่านเว็บไซต์ของเรา มากขึ้น เพราะคุกกี้จะช่วยจดจำเว็บไซต์ที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลแวะหรือเยี่ยมชม ทั้งนี้ เราอาจขอความยินยอม จากท่านในการนำข้อมูลที่คุกกี้ได้บันทึกหรือเก็บรวบรวมไว้ไปใช้ในกรณี ดังต่อไปนี้

(1) เพื่อให้ระบบแสดงข้อมูลหรืออนุญาตให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าถึงบริการบางอย่างได้ เช่น การ แจ้งหรือส่งคำสั่งให้กับเรา ดำเนินการ การสอบถามข้อมูลกรมธรรม์ หรือการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดส่วนตัว เช่น รหัสผ่าน (Password), E-mail Address, Mobile Phone เป็นต้น

(2) เพื่อให้เราสามารถนำเสนอข่าวสารหรือประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับเรา และบริการที่เป็นประโยชน์ต่อ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละรายตามความเหมาะสม

(3) เพื่อใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการปรับปรุงเนื้อหาและบริการของเว็บไซต์ให้สอดคล้องกับความต้องการ ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมากที่สุด

(4) เพื่อใช้ในการวิเคราะห์เชิงสถิติ หรือในกิจกรรมอื่นของเรา

เราจะทำการพิจารณาทบทวนนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นประจำเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทาง ปฏิบัติ และกฎหมาย ข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรา จะแจ้งให้ท่านทราบถึงการแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่สำคัญใด ๆ พร้อมกับนโยบาย ฉบับปรับปรุง ผ่านช่องทางที่เหมาะสม ทั้งนี้ เราขอแนะนำให้ท่านตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงนโยบาย ฉบับนี้เป็น ระยะ ๆ

ในการใช้บริการแอบพลิเคชันหรือเว็บไซต์ของเรา อาจมีลิงก์เชื่อมต่อไปยังเครือข่ายสังคมออนไลน์ แพลตฟอร์ม และเว็บไซต์อื่นที่มีบุคคลภายนอกเป็นผู้ดำเนินการ เราพยายามที่จะเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ที่มี มาตรฐานในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เราไม่สามารถรับผิดชอบในเนื้อหาหรือมาตรฐาน การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเว็บไซต์อื่นนั้น เว้นแต่จะกำหนดไว้เป็นประการอื่น ข้อมูลส่วนบุคคลใดที่ท่าน ให้แก่เว็บไซต์ของบุคคลภายนอกนั้นจะถูกเก็บรวบรวมโดยบุคคลดังกล่าวและอยู่ภายใต้ประกาศ / นโยบาย เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลภายนอกดังกล่าว (หากมี) ในกรณีเช่นว่านี้ เราไม่อาจควบคุมและ ไม่อาจรับผิดชอบในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณโดยบุคคลภายนอกดังกล่าว

 ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัยหรือข้อเสนอแนะเกี่ยวกับนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือการปฏิบัติ ตามนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ เรายินดีตอบข้อสงสัย และรับฟังข้อเสนอแนะของท่าน โดยท่าน สามารถติดต่อกับบริษัทได้ตามสถานที่ติดต่อ ดังนี้ หากท่านเห็นว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่

เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ท่านมีสิทธิที่จะร้องเรียนไปยังเจ้าหน้าที่คุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล

รายละเอียดของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller) 

ชื่อ:  แผนกการตลาด

สถานที่ติดต่อ: บริษัท ฟอร์แคร์ อินโน จำกัด

โทรศัพท์: 02-171-1394-96

Email: [email protected]

รายละเอียดของเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ชื่อ แผนกดิจิตอล

สถานที่ติดต่อ: บริษัท ฟอร์แคร์ อินโน จำกัด

โทรศัพท์: 02-171-1394-96

email:  [email protected]

ท่านรับทราบและตกลงให้นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ อยู่ภายใต้การบังคับและตีความตาม กฎหมายไทย และศาลไทยเป็นผู้มีอำนาจในการพิจารณาข้อพิพาทใดที่อาจเกิดขึ้น

เอกสารแนบท้าย

 บริษัทในเครือกิจการและผู้ควบคุมข้อมูล

บริษัทและผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

สถานที่และวิธีติดต่อผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท ฟอร์แคร์ อินโน จำกัด

168 ซอยสุเหร่าคลองหนึ่ง 15แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510 โทร: 02-171-1394-96

บริษัท ฟอร์แคร์  จำกัด

168 ซอยสุเหร่าคลองหนึ่ง 15แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510 โทร: 02-171-1397

ประกาศสําหรับกลุ่มบริษัทในเครือ ฟอร์แคร์
ฉบับที่ 004/2565

เรื่อง นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสําหรับคู่ค้า คู่สัญญาและผู้ที่เกี่ยวข้อง

บริษัทในเครือฟอร์แคร์ตามเอกสารแนบท้ายนี้ (รวมเรียกว่า “เรา”) ให้ความสําคัญ เป็นอย่างยิ่งกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของคู่ค้า คู่สัญญาและผู้ที่เกี่ยวข้อง (ซึ่งรวมเรียกว่า “ท่าน”) และเพื่อให้ท่านมั่นใจได้ว่าเราจะให้ความคุ้มครองและปฏิบัติต่อข้อมูล ส่วนบุคคลของท่านโดยสอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เราจึงได้กําหนดแบบแจ้งเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ขึ้น เพื่อแจ้งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่านทราบรายละเอียดการดําเนินการกับข้อมูลส่วนบุคคลไม่ว่าจะเป็นการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผย (รวมเรียกว่า“การประมวลผล”) ซึ่งอาจเกิดขึ้น ตลอดจนแจ้งให้ท่านทราบถึงสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และช่องทางการติดต่อเรา

1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่เราจะเก็บรวบรวม
ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทําให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการนําไปใช้ ซึ่งรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคล ดังต่อไปนี้
1.1. ข้อมูลที่ใช้ในการยืนยันตัวตน เช่น ชื่อนามสกุล เลขที่และข้อมูลบนบัตรประชาชน รูปถ่าย และข้อมูลในรูปแบบต่างๆ ที่ใช้ในการระบุตัวตน
1.2. ข้อมูลที่ใช้ในการติดต่อ เช่น ข้อมูลนามบัตร ชื่อนามสกุล ตําแหน่งงาน เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ที่อยู่ที่ทํางานบัญชีการใช้งาน LINE ID
1.3. เมื่อท่านเข้ามาในบริเวณพื้นที่ของเรา ที่มีการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (“กล้อง CCTV”) เราอาจเก็บภาพของท่านจากกล้อง CCTV ทั้งนี้ เราไม่ได้เก็บข้อมูลเสียงผ่านทางกล้อง CCTV และเราจะติดป้ายแจ้งให้
ท่านทราบว่ามีการใช้กล้องโทรทัศน์วงจรปิดในบริเวณพื้นที่ของเรา
1.4. ข้อมูลทางการเงินและธุรกิจเช่น หมายเลขบัญชีธนาคาร ข้อมูลการทําธุรกรรม รายละเอียดราคาและผลิตภัณฑ์เป็นต้น

2. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
2.1. เรามีวัตถุประสงค์ที่จะเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งอยู่บนฐานทางกฎหมาย ดังนี้

     2.1.1. เพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งท่านเป็นคู่สัญญาหรือเพื่อใช้ในการดําเนินการตามคําขอของท่านก่อนเข้าทําสัญญานั้น เช่น การตรวจสอบคู่สัญญา การบริหารสัญญา การจัดทําสัญญารวมทั้งเอกสาร
ที่เกี่ยวข้อง การปฏิบัติตามสัญญาการชําระค่าสินค้าและค่าบริการ หรือเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

     2.1.2. เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายของเราในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เช่น กฎหมายภาษีอากรกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

     2.1.3. เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของเราในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นๆ ที่ไม่ใช่เรา เพื่อให้สมดุลกับประโยชน์และสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน     

     2.1.4. เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตาม หรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมายหรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย

     2.1.5. เพื่อการรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณอาคารหรือสถานที่ การบันทึกภาพผู้ที่มาติดต่อ
ด้วยกล้องวงจรปิด (CCTV)

2.2. ในกรณีที่เรามีความจําเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อการปฏิบัติตามสัญญาหรือปฏิบัติตามกฎหมาย หากท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นแก่เรา เราอาจจะไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญา หรือดําเนินการตามคําขอเพื่อเข้าทําสัญญา หรือเราอาจมีความรับผิดตามกฎหมาย หรืออาจมีผลกระทบอื่นใดที่เกี่ยวข้อง

3. การเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
เราจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมเท่านั้น ในกรณีที่เรามีความจําเป็นที่จะต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์อื่น เราจะดําเนินการแจ้งให้ท่านทราบโดยเร็ว

4. แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล
เราอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากการที่ท่านเป็นผู้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่เราโดยตรง เช่นการแลกเปลี่ยนนามบัตร การให้ข้อมูลเพื่อการพิจารณาคุณสมบัติ การเข้าทําสัญญา เป็นต้น รวมถึง เราอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งอื่น เช่น ตัวแทนขายในกลุ่มธุรกิจอื่นของ บริษัทฯ พันธมิตรทางธุรกิจ หรือบริษัทในกลุ่มในเครือของ บริษัทฯ ลูกค้าหรือตัวแทนของ บริษัทฯซึ่งเป็นผู้แนะนํา

5. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
เราอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ภายใต้วัตถุประสงค์ที่กําหนด และตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกําหนดให้แก่บุคคลและหน่วยงานดังนี้

5.1 บริษัทในกลุ่มธุรกิจภายใต้เครือฟอร์แคร์ จํากัด ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงผู้บริหาร กรรมการ พนักงานลูกจ้าง และ/หรือบุคลากรภายในของบริษัทดังกล่าวเท่าที่เกี่ยวข้อง และตามความจําเป็นเพื่อการประมวลผล
ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

5.2 คู่ค้าทางธุรกิจ ผู้ให้บริการ และผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ มอบหมายหรือว่าจ้างให้ทําหน้าที่บริหารจัดการ/ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บริษัทฯ ในการให้บริการต่าง ๆ เช่น การให้บริการ
ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ บริการบันทึกข้อมูล บริการชําระเงิน บริการรับส่งไปรษณีย์ บริการรับส่งพัสดุหรือบริการอื่นใดที่อาจเป็นประโยชน์ต่อท่าน หรือเกี่ยวข้องกับการดําเนินธุรกิจของบริษัทฯ อาทิ ธนาคารพาณิชย์ เป็นต้น

5.3 ที่ปรึกษาอาทิ ที่ปรึกษากฎหมาย ทนายความ ผู้ตรวจสอบบัญชี หรือผู้เชี่ยวชาญอื่นใด ทั้งภายในและภายนอกของบริษัทฯ เป็นต้น

5.4 หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่กํากับดูแลตามกฎหมาย หรือที่ร้องขอให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยอาศัยอํานาจตามกฎหมาย หรือที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางกฎหมาย หรือที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมสรรพากร กระทรวงพาณิชย์ สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสํานักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า สํานักงานตํารวจแห่งชาติ สํานักงานอัยการสูงสุด และศาล เป็นต้น

5.5 บุคคลหรือหน่วยงานอื่นใด ที่ท่านให้ความยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ต่อบุคคลหรือหน่วยงานนั้น ๆ

5.6 การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบุคคลอื่น จะดําเนินการภายใต้วัตถุประสงค์ที่กําหนด หรือวัตถุประสงค์อื่นที่กฎหมายกําหนดให้กระทําได้เท่านั้น ในกรณีที่กฎหมายกําหนดว่าต้องได้รับความยินยอม
จากท่าน บริษัทฯ จะขอความยินยอมจากท่านก่อน

5.7 เราอาจมีความจําเป็นต้องดําเนินการโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ เช่น การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลด้วยระบบประมวลผลแบบคลาวด์ (Cloud) บริษัทจะตรวจสอบให้เทียบเท่าหรือดีกว่ามาตรฐานของกฎหมายที่ใช้บังคับในประเทศไทย

6. การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
เรามีมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ที่ป้องกันมิให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกเก็บรวบรวมสูญหายโดยอุบัติเหตุ หรือถูกเข้าถึง เปิดเผย หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงโดยมิชอบหรือโดยปราศจากอํานาจเราจะจํากัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านทั้งการเข้าถึงโดยพนักงาน ตัวแทน ผู้รับจ้าง หรือบุคคลที่สามเราจะอนุญาตเฉพาะบุคคลที่มีความจําเป็นจะต้องเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเพื่อปฏิบัติหน้าที่ของตน ในกรณีที่บุคคลที่สามทําการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เราจะกํากับดูแลให้บุคคลที่สามประมวลผลตามคําสั่งของเราอย่าง
เหมาะสม

7. ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
เราจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เป็นระยะเวลาเท่าที่จําเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่กําหนดไว้ในหนังสือฉบับนี้ โดยระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจขึ้นอยู่กับ ความจําเป็นในการปฏิบัติตามสัญญาที่มีต่อท่าน ความจําเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมาย หรือ อายุความตามกฎหมายเพื่อก่อตั้งปฏิบัติ หรือใช้สิทธิตามกฎหมายต่างๆ เป็นต้นเมื่อพ้นระยะเวลาจัดเก็บ หรือเราไม่มีสิทธิหรือฐานทางกฎหมายในการเก็บรวบรวมใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแล้ว เราจะดําเนินการลบหรือทําลาย
ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น

8. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
8.1 ตามเงื่อนไขที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กําหนด ท่านมีสิทธิ ดังต่อไปนี้

     8.1.1 ขอถอนความยินยอมที่ท่านได้ให้ไว้กับเรา เพื่อประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เว้นแต่การเพิกถอนความยินยอมจะมีข้อจํากัดโดยกฎหมายหรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่าน ทั้งนี้ การเพิกถอนความยินยอมจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไปแล้วโดยชอบด้วยกฎหมาย

     8.1.2 ขอเข้าถึงและขอรับสําเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

     8.1.3 ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกําหนดไปยังบุคคลอื่น

     8.1.4 คัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตน

     8.1.5 ขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดําเนินการลบหรือทําลาย หรือทําให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้

     8.1.6 ขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลได้

     8.1.7 ร้องขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดําเนินการให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

     8.1.8 ร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่เราหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของเราหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

9. รายละเอียดการติดต่อ
กรณีที่ท่านมีคําถามเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านสามารถติดต่อเราผ่านช่องทางดังนี้
9.1 กรณีติดต่อบริษัท ฟอร์แคร์ จํากัด ที่อยู่ 168 ซอยสุเหร่าคลองหนึ่ง 15 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510, โทร 02-171-1397, Email : [email protected]
9.2 กรณีติดต่อบริษัทในเครือ สถานที่ติดต่อตามรายละเอียดที่ปรากฏในเอกสารแนบท้าย หนังสือแจ้งนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้

บริษัทในเครือกิจการและผู้ควบคุมข้อมูล

บริษัทและผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

สถานที่และวิธีติดต่อผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท ฟอร์แคร์ เอ็กซ์ จำกัด

168 ซอยสุเหร่าคลองหนึ่ง 15 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510 โทร: 02-171-1394-96

บริษัท ฟอร์แคร์ อินโน จำกัด

168 ซอยสุเหร่าคลองหนึ่ง 15 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510 โทร: 02-171-1394-96

บริษัท ฟอร์แคร์  จำกัด

168 ซอยสุเหร่าคลองหนึ่ง 15 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510 โทร: 02-171-1397

บริษัท อินโนเวทีฟ เนเชอรัล โซลูชั่น จำกัด

168 ซอยสุเหร่าคลองหนึ่ง 15 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510 โทร: 02-171-1398

ประกาศสําหรับกลุ่มบริษัทในเครือ ฟอร์แคร์

ฉบับที่ 002/2565

เรื่อง ประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงาน

เพื่อให้ บริษัทในเครือ ฟอร์แคร์สามารถดําเนินกระบวนการสมัครงานของท่านได้ กรุณาศึกษานโยบายการ
คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้อย่างละเอียดก่อนที่ท่านจะให้ข้อมูลการสมัครแก่บริษัท ทั้งนี้บริษัทรับประกัน
จะรักษาข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดตามมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยโดยสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการประมวลผลในระหว่างกระบวนการรับสมัครของบริษัท

บริษัทอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านผู้สมัครงานจากท่านโดยตรงตามข้อมูลในใบสมัครงาน
ประวัติย่อ (Resume/CV) การสนทนาหรือการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์หรือ VDO Call หรืออาจได้รับจาก
บุคคลอื่นที่ท่านระบุให้บริษัทสามารถติดต่อ เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ ทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าวอาจรวมถึง
ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับตัวท่าน ข้อมูลการติดต่อ ข้อมูลคุณสมบัติการศึกษา ประวัติการทํางาน รวมถึงข้อมูล
ความสนใจหรือทักษะอื่นๆของท่าน

2. วัตถุประสงค์การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดของท่านผู้สมัครงาน อาจเก็บรวบรวม ใช้ ส่งต่อหรือเปิดเผยโดยบริษัท
2.1 เพื่อการตรวจสอบยืนยันตัวตนรวมถึงความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลต่างๆที่ให้แก่
บริษัท การประเมินความเหมาะสมของท่านในตําแหน่งงานที่สมัคร รวมถึงการติดต่อประสานงาน
ระหว่างกระบวนการรับสมัคร
2.2 เพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการใบสมัครของท่านในกรณีที่บริษัทหรือบริษัทในเครืออาจ
มีตําแหน่งงานที่ว่างและเหมาะสมกับท่านในอนาคต

3. การเปิดเผยหรือส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

ในกรณีที่จําเป็นบริษัทอาจต้องเปิดเผยและหรือส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอก
ดังนี้ เพื่อประโยชน์ในการดําเนินกระบวนการรับสมัครงานได้อย่างสมบูรณ์
3.1 บริษัทในเครือหรือบริษัทอื่นที่มีความเกี่ยวพันกับบริษัทที่อาจมีตําแหน่งงานที่เหมาะสมกับท่าน
3.2 ผู้ให้บริการตรวจสอบประวัติหรือผู้ให้บริการภายนอกเกี่ยวข้องกับกระบวนการรับสมัครงานของ
บริษัท
3.3 บุคคลภายนอกอื่นที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่บริษัทในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่
บุคคลดังกล่าว

4. ระยะเวลาการเก็บรวบรวม ใช้ ข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทขอสงวนสิทธิในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านผู้สมัครให้ไว้ใน ระยะเวลา 3 เดือน
เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ การสมัครงานเท่านั้น หรือบริษัทว่าจ้างให้ท่านเป็นพนักงานของบริษัทบริษัทขอสงวน
สิทธิในการเก็บรวมรวม ใช้ ข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดของท่านไว้ตลอดระยะเวลาตามสัญญาจ้างงาน

5. สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

5.1 สิทธิในการขอเข้าถึง ขอสําเนาคืน ขอให้ปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน
5.2 สิทธิขอคัดค้านการเก็บรวมรวม ใช้ หรือเปิดเผย
5.3 สิทธิขอให้ดําเนินการลบ หรือทําลายข้อมูล หรือให้ทําลายเอกสารที่ท่าน ให้แก่บริษัทเมื่อหมดความ
จําเป็น

6. การติดต่อบริษัท

ท่านสามารถติดต่อได้ที่ บริษัท ฟอร์แคร์ จํากัด ฝ่ายทรัพยากรบุคคล เลขที่ 168
ซอยสุเหร่าคลองหนึ่ง 15 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร เบอร์โทร 02-171-1397
อีเมล์ [email protected]

ประกาศสําหรับกลุ่มบริษัทในเครือ ฟอร์แคร์

ฉบับที่ 002/2565

เรื่อง ประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงาน

เพื่อให้ บริษัทในเครือ ฟอร์แคร์สามารถดําเนินกระบวนการสมัครงานของท่านได้ กรุณาศึกษานโยบายการ
คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้อย่างละเอียดก่อนที่ท่านจะให้ข้อมูลการสมัครแก่บริษัท ทั้งนี้บริษัทรับประกัน
จะรักษาข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดตามมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยโดยสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการประมวลผลในระหว่างกระบวนการรับสมัครของบริษัท

บริษัทอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านผู้สมัครงานจากท่านโดยตรงตามข้อมูลในใบสมัครงาน
ประวัติย่อ (Resume/CV) การสนทนาหรือการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์หรือ VDO Call หรืออาจได้รับจาก
บุคคลอื่นที่ท่านระบุให้บริษัทสามารถติดต่อ เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ ทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าวอาจรวมถึง
ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับตัวท่าน ข้อมูลการติดต่อ ข้อมูลคุณสมบัติการศึกษา ประวัติการทํางาน รวมถึงข้อมูล
ความสนใจหรือทักษะอื่นๆของท่าน

2. วัตถุประสงค์การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดของท่านผู้สมัครงาน อาจเก็บรวบรวม ใช้ ส่งต่อหรือเปิดเผยโดยบริษัท
     2.1 เพื่อการตรวจสอบยืนยันตัวตนรวมถึงความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลต่างๆที่ให้แก่
บริษัท การประเมินความเหมาะสมของท่านในตําแหน่งงานที่สมัคร รวมถึงการติดต่อประสานงาน
ระหว่างกระบวนการรับสมัคร
     2.2 เพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการใบสมัครของท่านในกรณีที่บริษัทหรือบริษัทในเครืออาจ
มีตําแหน่งงานที่ว่างและเหมาะสมกับท่านในอนาคต

3. การเปิดเผยหรือส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

ในกรณีที่จําเป็นบริษัทอาจต้องเปิดเผยและหรือส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอก
ดังนี้ เพื่อประโยชน์ในการดําเนินกระบวนการรับสมัครงานได้อย่างสมบูรณ์
     3.1 บริษัทในเครือหรือบริษัทอื่นที่มีความเกี่ยวพันกับบริษัทที่อาจมีตําแหน่งงานที่เหมาะสมกับท่าน
     3.2 ผู้ให้บริการตรวจสอบประวัติหรือผู้ให้บริการภายนอกเกี่ยวข้องกับกระบวนการรับสมัครงานของ
บริษัท
     3.3 บุคคลภายนอกอื่นที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่บริษัทในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่
บุคคลดังกล่าว

4. ระยะเวลาการเก็บรวบรวม ใช้ ข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทขอสงวนสิทธิในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านผู้สมัครให้ไว้ใน ระยะเวลา 3 เดือน
เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ การสมัครงานเท่านั้น หรือบริษัทว่าจ้างให้ท่านเป็นพนักงานของบริษัทบริษัทขอสงวน
สิทธิในการเก็บรวมรวม ใช้ ข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดของท่านไว้ตลอดระยะเวลาตามสัญญาจ้างงาน

5. สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
     5.1 สิทธิในการขอเข้าถึง ขอสําเนาคืน ขอให้ปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน
     5.2 สิทธิขอคัดค้านการเก็บรวมรวม ใช้ หรือเปิดเผย
     5.3 สิทธิขอให้ดําเนินการลบ หรือทําลายข้อมูล หรือให้ทําลายเอกสารที่ท่าน ให้แก่บริษัทเมื่อหมดความ
จําเป็น

6. การติดต่อบริษัท

ท่านสามารถติดต่อได้ที่ บริษัท ฟอร์แคร์ จํากัด ฝ่ายทรัพยากรบุคคล เลขที่ 168
ซอยสุเหร่าคลองหนึ่ง 15 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร เบอร์โทร 02-171-1397
อีเมล์ [email protected]

ประกาศสำหรับกลุ่มบริษัทในเครือ ฟอร์แคร์

ฉบับที่ 003/2565

เรื่อง ประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในการใช้งานกล้องวงจรปิด (CCTV)

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ฉบับนี้เป็น “นโยบาย” เกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์กล้องวงจรปิด(CCTV) ภายในบริเวณ บริษัทในเครือ ฟอร์แคร์

ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “บริษัท” ได้ใช้อุปกรณ์ CCTV พร้อมกับระบบต่างๆสำหรับการตรวจสอบภายในพื้นที่เป็นการเฉพาะรวมถึงพื้นที่รอบๆ บริเวณของสถานที่ อาคาร และพื้นที่อื่น เพื่อการป้องกันชีวิต และทรัพย์สิน โดยมีข้อมูลส่วนบุคคลของ พนักงาน กรรมการบริษัท คู่ค้า ผู้ปฏิบัติงาน ผู้มาติดต่องาน หรือบุคคลใดก็ตาม ซึ่งจะรวมเรียกว่า “ท่าน” ที่ได้เข้าไปอยู่ในบริเวณพื้นที่ที่ทำการตรวจสอบภายในอาคารและพื้นที่อื่นดังกล่าว นอกจากนี้ นโยบายฉบับนี้อธิบายถึงวิธีการในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และการส่งหรือโอนย้ายข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ “ข้อมูลส่วนบุคคล” ของบุคคล และระบุถึงวิธีการในการจัดการหรือการใช้ระบบ CCTV ของบริษัท ทั้งนี้บริษัทอาจทำการแก้ไขเพิ่มเติมนโยบายฉบับนี้ได้ทุกเมื่อและจะแจ้งการแก้ไขดังกล่าวให้ท่านทราบเท่าที่จะดำเนินการได้

1. ข้อมูลส่วนบุคคลประเภทใดบ้างที่บริษัทเก็บรวบรวม

บริษัททำการเก็บภาพเคลื่อนไหวหรือภาพนิ่งซึ่งสามารถที่จะจดจำได้ว่าเป็นบุคคลใด เสียงของบุคคลใด รวมถึงทรัพย์สินของบุคคลใด เช่น ยานพาหนะประเภทต่างๆ เมื่อเข้าไปในพื้นที่ที่ได้ทำการตรวจสอบภายในสถานที่ อาคาร และพื้นที่อื่นของ บริษัท ผ่านระบบและอุปกรณ์ CCTV (“ข้อมูลจาก CCTV”)

2. วัตถุประสงค์ที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

2.1 บริษัทอาจทำการเก็บภาพ รวบรวม ใช้ เปิดเผย โอน และดำเนินการใดๆ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการบันทึก การเก็บบันทึก การปรับเปลี่ยน การแก้ไข การดัดแปลง การทำลาย การลบ การกู้คืน การรวบรวม การทำสำเนา การส่งผ่าน การเก็บรักษา การถอน การปรับปรุง การเพิ่มเติมต่อข้อมูลจาก CCTV เกี่ยวกับท่านและข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับท่าน สำหรับ “วัตถุประสงค์การตรวจสอบโดย CCTV” ตามรายการที่ระบุไว้ด้านล่าง จะกระทำบนฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest)

เพื่อประโยชน์ต่อชีวิต เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อประโยชน์สาธารณะ ตามความยินยอมที่ได้รับ หรือตามฐานอื่นใดที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายที่บังคับใช้ในประเทศไทย (โดยที่ผลประโยชน์เหล่านั้นจะไม่เป็นการก้าวล่วงต่อสิทธิเสรีภาพและผลประโชน์ของบุคคลใด) ซึ่งอาจพิจารณาได้ตามกรณีดังนี้

     2.1.1 เพื่อปกป้องชีวิต ร่างกาย ความปลอดภัยอนามัยส่วนบุคคล และ/หรือทรัพย์สินส่วนตัวของท่าน

     2.1.2 เพื่อควบคุมการเข้ามาภายในบริษัท และเพื่อการรักษาความปลอดภัยของอาคาร บุคลากร พนักงาน และผู้มาติดต่อ รวมทั้งทรัพย์สินและข้อมูลของบริษัทที่ตั้งอยู่หรือเก็บไว้ในสถานที่นั้นๆ

     2.1.3 เพื่อการปกป้องและป้องกันสถานที่ อาคาร พื้นที่ต่างๆ และทรัพย์สินของบริษัท จากความเสียหาย การหยุดชะงัก การทำลาย และอาชญากรรมอื่นๆ

     2.1.4 เพื่อช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทอย่างมีประสิทธิภาพที่อาจเกิดขึ้นในขณะทำการลงโทษทางวินัย หรือการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์

     2.1.5 เพื่อช่วยเหลือในการสืบสวนสอบสวนหรือการดำเนินการเกี่ยวกับการร้องเรียน และการแจ้งเบาะแส

     2.1.6 เพื่อนำไปใช้ในการพิสูจน์หรือหักล้างในการดำเนินคดีทางแพ่ง คดีทางอาญา คดีแรงงาน และคดีความอื่นที่อาจเกี่ยวข้อง

     2.1.7 เพื่อปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมายของบริษัท และ/หรือ การให้ความร่วมมือกับศาล หน่วยงานกำกับดูแล หน่วยงานของรัฐ และหน่วยงานที่มีอำนาจบังคับใช้กฎหมาย สำหรับการใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัด เพียงเพื่อความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน บริษัทเล็งเห็นว่าการใช้ระบบ CCTV เป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อให้บริษัทสามารถปฏิบัติตามภาระหน้าที่เหล่านั้นได้

     2.1.8 เพื่อการใช้สิทธิของบริษัทหรือปกป้องผลประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท ในกรณีที่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น เพื่อระงับยับยั้ง ป้องกันและตรวจจับการประพฤติมิชอบ อาชญากรรมหรือการฝ่าฝืนกฎหมาย ติดตามเหตุการณ์ เพื่อป้องกันและรายงานการประพฤติมิชอบหรืออาชญากรรม ในบริษัท และเพื่อปกป้องความปลอดภัยและความมั่นคงของธุรกิจของบริษัท บริษัทจะพยายามอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสมดุลระหว่างผลประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทและของบุคคลที่สาม สิทธิขั้นพื้นฐานและเสรีภาพของท่านที่เกี่ยวกับการปกป้องข้อมูลบนระบบ CCTV ที่เกี่ยวข้องกับท่าน ตามแต่กรณี บริษัทจะพยายามระบุถึงขั้นตอนที่จำเป็นเพื่อให้เกิดความสมดุลที่เหมาะตามแต่สมควร

2.2 บริษัทจะติดตั้งอุปกรณ์ CCTV ที่จุดสำคัญภายในสถานที่ อาคารและพื้นที่ต่างๆ ของบริษัทยกเว้นบางพื้นที่ เช่น ห้องสุขา ห้องอาบน้ำ และห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า

2.3 ระบบ CCTV ของบริษัทเปิดใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอย ของบริษัททำการเฝ้าดูผ่านอุปกรณ์ ยกเว้นในกรณีที่อุปกรณ์หรือระบบเกิดความขัดข้อง และ/หรือต้องทำการซ่อมบำรุง

2.4 บริษัทจัดวางป้ายตามความเหมาะสมในสถานที่ที่มีการใช้งานระบบ CCTV

3. บุคคลใดที่อาจได้รับการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

3.1 บริษัทจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับท่านในระบบ CCTV ไว้เป็นความลับ และจะทำการเปิดเผยหรือถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเฉพาะเพียงบริษัทลูก บริษัทในเครือ บุคคลภายนอกอื่นๆ ที่จะถูกคัดเลือกอย่างระมัดระวังในเวลานี้ หรือในอนาคต ผู้ได้รับอนุญาต พันธมิตรกิจการร่วมค้า และ/หรือผู้ให้บริการ (ซึ่งอาจตั้งอยู่ในต่างประเทศ) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การตรวจสอบโดย CCTV ตามที่ระบุไว้ในนโยบายนี้

3.2 บุคคลภายนอกซึ่งบริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลจากระบบ CCTV และข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับท่าน ซึ่งรวมถึงการเปิดเผยต่อบริษัทในเครือด้วย (เป็นส่วนหนึ่งของประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทและประโยชน์ของบริษัทในเครือ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การตรวจสอบโดย CCTV) หน่วยงานภาครัฐ และ/หรือองค์กรที่ทำหน้าที่กำกับดูแล เพื่อปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมาย หรือเพื่อสนับสนุนหรือช่วยเหลือแก่องค์กรบังคับใช้กฎหมายในเรื่องการสอบสวนและดำเนินคดีทางแพ่งหรือทางอาญา) และผู้ให้บริการบุคคลที่สาม (ตามขั้นตอนที่จำเป็นของบริษัทเพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทจะให้การคุ้มครองต่อสุขภาพ และความปลอดภัยส่วนบุคคล และทรัพย์สินของท่าน อย่างไรก็ตามการเข้าถึงข้อมูลระบบ CCTV นั้นอาจเป็นการเข้าถึง หรือเปิดเผยได้เท่าที่จำเป็นเพื่อจัดการกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งอยู่ภายใต้หนึ่งในวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในข้อ 3.2 นี้ หรือ เพื่อตอบสนองการร้องขอของบุคคลตามกฎหมายภายใต้ข้อ 2.1

4. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ

บริษัทอาจเปิดเผยหรือถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากระบบ CCTV ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนที่จำเป็นสำหรับสุขภาพ ความปลอดภัยส่วนบุคคลและทรัพย์สินของท่าน ไปยังผู้ให้บริการบุคคลที่สามที่อยู่นอกประเทศไทย และการเปิดเผยหรือถ่ายโอนดังกล่าวจะกระทำต่อเมื่อได้รับความยินยอม จากท่าน หรือมีพื้นฐานตามกฎหมายอื่นที่บังคับให้กระทำตามที่กฎหมายอนุญาตไว้ เช่นเพื่อปฏิบัติ ตามข้อกำหนดของสัญญาระหว่างบริษัทกับบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ของท่าน โดยที่ประเทศปลายทางดังกล่าวอาจมีหรือไม่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่คล้ายคลึงกับประเทศไทย อย่างไรก็ตามบริษัทจะทำให้มั่นใจได้ว่า การโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้กระทำตามกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแล้วก่อนจะดำเนินการโอนข้อมูลส่วนบุคคลนั้น

5. มาตรการรักษาความปลอดภัย

5.1 บริษัทจะจัดให้มีระบบเทคนิค และการบริหารจัดการมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันข้อมูลจากระบบ CCTV และข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับท่านจากการถูกทำลายการสูญหาย การเข้าถึง การใช้งาน การเปลี่ยนแปลง หรือการเปิดเผย โดยไม่ได้ตั้งใจ โดยผิด-กฎหมาย หรือโดยไม่ได้รับอนุญาต

5.2 บริษัทจะทบทวนและปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยของบริษัทเป็นครั้งคราว ตามความจำเป็น หรือเมื่อมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่ามาตรการรักษา ความปลอดภัยมีประสิทธิภาพและเหมาะสม สอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมายขั้นต่ำ ตามที่กำหนดโดยหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง

6. ระยะเวลาในการที่บริษัทเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

บริษัทจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ได้มาจากระบบ CCTV ไว้ในระบบของบริษัท ตามระยะเวลา 30 วัน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การตรวจสอบโดย CCTV หากบริษัทไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย ที่ใช้บังคับในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากระบบ CCTV อีกต่อไป บริษัทจะทำการลบข้อมูลเหล่านั้นออกจากระบบและการบันทึกของบริษัท อย่างไรก็ตามบริษัทอาจทำการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ของท่านจากระบบ CCTV เป็นระยะเวลานานขึ้น ตัวอย่างเช่น ทำการเก็บไว้จนกว่าจะสิ้นสุดของการดำเนินการตามกฎหมาย หรือมีกฎหมายที่กำหนดระยะเวลาในการเก็บข้อมูลที่ยาวนานกว่า หรือมีข้อมูลระบบ CCTV บางอย่างซึ่งต้องทำการเก็บรักษาไว้สำหรับการดำเนินการต่อเหตุการณ์บางเรื่อง หรือเพื่อตอบสนองต่อข้อเรียกร้องจากบุคคลหนึ่งบุคคลใดในการใช้สิทธิตามกฎหมาย

7. ท่านมีสิทธิอย่างไรเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

ภายใต้บทบัญญัติแห่งกฎหมายและข้อยกเว้นตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ท่านอาจมีสิทธิ ในการขอเข้าถึง และ/หรือขอรับสำเนา โอนย้าย แก้ไข ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลกลายเป็นข้อมูลที่ไม่ระบุตัวตน ในข้อมูลส่วนบุคคล บางประเภทของท่านที่บริษัทมี ระงับและ/หรือคัดค้านกิจกรรมบางประเภทที่บริษัทมี และใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ในกรณีที่การดำเนินการใดของบริษัทกระทำภายใต้ความยินยอม ของท่าน ท่านอาจเพิกถอนความยินยอมของท่านได้ แต่อาจเป็นสาเหตุให้เราไม่สามารถให้บริการ การเข้าออกสถานที่ของบริษัทแก่ท่านได้อย่างเต็มที่ ท่านอาจมีสิทธิร้องขอให้บริษัทเปิดเผยว่าบริษัทได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยไม่ได้รับความยินยอมจากท่านได้อย่างไร อีกทั้งยังอาจยื่นเรื่องร้องเรียน ไปยังหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายที่บังคับใช้

8. การติดต่อบริษัท

หากท่านมีคำถาม ข้อสงสัย หรือมีความประสงค์ที่จะใช้สิทธิของท่านที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โปรดติดต่อบริษัท ฟอร์แคร์ จำกัด เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล คุณอมรา แก้วเกตุ โทร 02-171-1397 อีเมล์ [email protected]

ประกาศ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2565

ประกาศสำหรับกลุ่มบริษัทในเครือ ฟอร์แคร์

ฉบับที่ 005/2565

 นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท ฟอร์แคร์ จำกัด และบริษัทในเครือกิจการตามเอกสารแนบนี้ (รวมเรียกว่า “เรา”)  ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อรับผลิตภัณฑ์และบริการของเรา โดยประกาศฉบับนี้จะบังคับใช้กับเว็บไซต์ แอปพลิเคชั่น หน้าเพจที่มีแบรนด์สินค้าใดๆบนแพลทฟอร์มของบุคคลที่สาม (เช่น เฟซบุ๊ก หรือ ยูทูป) และแอปพลิเคชั่นที่เข้าถึงได้โดยบุคคลที่สาม หรือใช้งานผ่านแพลทฟอร์มของบุคคลที่สาม (ต่อไปเรียกว่า “เว็บไซต์ของเรา”  www.4care.co.th)  เรามีความจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ ดังนั้น เราจึงมีจุดประสงค์ประกาศนโยบาย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ขึ้น เพื่อแจ้ง เกี่ยวกับ สิทธิและหน้าที่ รวมถึงเงื่อนไขต่างๆ อันเกี่ยวเนื่องกับการ เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลที่บริษัท จะดำเนินการให้ผู้ใช้บริการ ในฐานะผู้ใช้บริการรับทราบ เพื่อประโยชน์ในการให้บริการผ่านทางเว็บไซต์นี้ รวมทั้งการปฏิบัติตามคำสั่งซื้อของคุณ และการปรับปรุงพัฒนาเว็บไซต์และบริการให้เหมาะกับคุณ เราให้ความเชื่อมั่นแก่ท่านว่า ข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดของท่านเป็นข้อมูลที่ทางเราให้ความสำคัญ โดยเรา รับประกันจะปกป้องและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลด้วยมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมอย่างดี ที่สุด และข้อมูลทั้งหมดของท่านจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับ โดยเราขอแนะนำให้ท่านโปรดอ่านและทำความ เข้าใจนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ เพื่อรับทราบวัตถุประสงค์ที่เราได้เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตลอดจนสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต่อท่าน โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ฉบับนี้ มีขอบเขตการบังคับใช้ครอบคลุมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดที่ดำเนินการโดยเรา รวมถึง บุคคลใด ๆ ซึ่งล่วงรู้ข้อมูลส่วนบุคคลเนื่องจากเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของเรา ซึ่งจะต้องปฏิบัติตามนโยบาย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ และตามกรอบที่กฎหมายกำหนด

สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้เก็บรวบรวมไว้ก่อนที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ใช้ บังคับ เราสามารถเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นได้ต่อไปตามวัตถุประสงค์เดิม โดยการเปิดเผยและการ ดำเนินการอื่นที่ไม่ใช่การเก็บรวบรวมและการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลข้างต้นให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

“นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า นโยบาย ที่เราจัดทำเพื่อแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วน บุคคลทราบถึงการประมวลผลข้อมูลของเรา และรายละเอียดต่าง ๆ ตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคล พ.ศ. 2562 ได้กำหนดไว้

“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่า ทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ 

อย่างไรก็ดี ข้อมูลต่อไปนี้ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ข้อมูลสำหรับการติดต่อทางธุรกิจที่ไม่ได้ระบุถึงตัว บุคคล อาทิ ชื่อบริษัท ที่อยู่ของบริษัท เลขทะเบียนนิติบุคคลของบริษัท หมายเลขโทรศัพท์ของที่ทำงาน อีเมล แอดเดรส (email address) ที่ใช้ในการทำงาน เช่น [email protected] ข้อมูลนิรนาม (Anonymous Data) หรือข้อมูลแฝงที่ถูกทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้อีกโดยวิธีการทางเทคนิค (Pseudonymous Data) ข้อมูลผู้ถึง แก่กรรม เป็นต้น 

“ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว” (Sensitive data) หมายความว่า ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อ ชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติ อาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่ง กระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศ กำหนด

  ทั้งนี้ ต่อไปในนโยบายฉบับนี้ หากไม่มีการกล่าวโดยเฉพาะเจาะจงจะเรียก “ข้อมูลส่วนบุคคล” และ “ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว” ที่เกี่ยวกับผู้ใช้บริการข้างต้นให้รวมกันเรียกว่า “ข้อมูลส่วนบุคคล”

“การประมวลผล” หมายความว่า การดำเนินการใด ๆ กับข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การเก็บรวบรวม บันทึก จัดระบบ ทำโครงสร้าง เก็บรักษา ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง กู้คืน ใช้ เปิดเผย ส่งต่อ เผยแพร่ โอน ผสมเข้าด้วยกัน ลบ ทำลาย 

“เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” (Data Subject) หมายความว่า บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วน บุคคล

“ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” (Data Controller) หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นซึ่งมีอำนาจ หน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

“ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” (Data Processor) หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการ เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บุคคลหรือนิติบุคคลที่ดำเนินการดังกล่าวไม่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

“คุกกี้” (Cookies) หมายความว่า ไฟล์คอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ที่จะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลชั่วคราวที่จำเป็น ลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการติดต่อสื่อสารซึ่งจะมีผล ในขณะที่เข้าใช้งานระบบเว็บไซต์เท่านั้น

3.1 ข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ ที่ให้กับหรือเก็บรวบรวมโดยเรา ผ่านคุกกี้และเทคโนโลยีติดตามอื่น ๆ ได้ถูกควบคุมโดยมีเรา เป็นผู้ควบคุมข้อมูล โดยเราขอเก็บรวบรวมข้อมูลของคุณที่อาจเกิดขึ้นจากการบันทึกข้อมูลอัตโนมัติผ่านทางโดนเมนของคุณหรือผู้ให้บริการในการเข้าถึงเว็ปไซต์ หรือบุคคลอื่นที่ได้รับความยินยอมจากคุณ รวมถึงข้อมูลที่คุณให้ไว้ด้วยความสมัครใจ และเราอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ดังต่อไปนี้

3.1.1 ข้อมูลเกี่ยวกับการลงทะเบียน หรือสมัครสมาชิก : ประกอบไปด้วยคำนำหน้าชื่อ ชื่อ-นามสกุล เพศ อายุ วันเดือนปีเกิด อีเมลล์ หมายเลขโทรศัพท์ ประเภทผลิตภัณฑ์ที่สนใจ

3.1.2 ข้อมูลเกี่ยวกับการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา : เราเก็บข้อมูลสารสนเทศและรายละเอียด มาตรฐานทางอินเตอร์เน็ตเกี่ยวกับรูปแบบพฤติกรรมของผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ (เราใช้ข้อมูลนี้บันทึกจำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์  การใช้พื้นที่บนเว็บไซต์ของผู้เยี่ยมชมที่ต่างกัน และ ลักษณะหรือการเชื่อมโยงอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์  แต่เราไม่ใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการระบุตัวตนของท่าน)

3.1.3 ข้อมูลเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ของท่าน : อันประกอบด้วย หมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ (IP address) รหัสประจำ Browser (Session Id) วันและเวลาในการเข้าชมเว็ปไซด์ (Times Stamp) ของท่าน  ระบบปฏิบัติการ และ ประเภทของบราวเซอร์

3.1.4 รายละเอียดในการติดต่อ ได้แก่ ที่อยู่ รายละเอียดในการจัดส่ง หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ อีเมล ชื่อบัญชีไลน์ (LINE ID) ชื่อบัญชีเฟซบุ๊ก (Facebook ID)

3.1.5 ข้อมูลทางการตลาดและการติดต่อสื่อสาร เช่น ความต้องการของท่านในการรับข้อมูล ทางการตลาดจากเรา พันธมิตรทางธุรกิจ หรือบริษัทอื่น ๆ และรูปแบบการติดต่อสื่อสารที่ต้องการ รายการสินค้าที่ สนใจ บันทึกการแจ้งเตือนเกี่ยวกับโปรโมชั่นสินค้าหรือบริการ และข้อมูลทางการตลาดและการติดต่อสื่อสารอื่น ๆ รวมถึง ข้อมูลการใช้เว็บไซต์ แพลตฟอร์ม สินค้า

3.1.6 รายละเอียดโปรไฟล์ เช่น ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน โปรไฟล์ การใช้จ่าย รายละเอียดเกี่ยวกับ ผลิตภัณฑ์หรือบริการ (ประวัติคำสั่ง การสั่งซื้อที่ผ่านมา ประวัติการซื้อ การยกเลิกคำสั่งซื้อลูกค้า คำสั่งซื้อผ่านทาง เว็บไซต์ รหัสคำสั่งซื้อ) บันทึกทางการเงิน หมายเลขยืนยันตัวตน (PIN) ข้อมูลเกี่ยวกับความสนใจ ความชื่นชอบ ผล ตอบรับและผลการตอบแบบสำรวจ ผลสำรวจความพึงพอใจ การใช้โซเชียลมีเดีย รายละเอียดการเข้าร่วมกิจกรรม การใช้รหัสส่วนลดและโปรโมชันสำหรับลูกค้า รายละเอียดคำสั่งซื้อของลูกค้า การบริการลูกค้า เป็นต้น

3.2 เราไม่มีนโยบายในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Data) จากท่าน อย่างไรก็ดี หากมีกรณีที่เราจำเป็นจะต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว เราจะขอความยินยอมจากท่านโดย ชัดแจ้งก่อนการดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว หรือเว้นแต่มีเหตุตามกฎหมายให้ดำเนินการเก็บ รวบรวมข้อมูลดังกล่าวได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม

3.3 ท่านตกลงจะไม่ส่งมอบข้อมูลใดๆ ที่ไม่ถูกต้องและ/หรือที่ทำให้เข้าใจผิดแก่เรา และท่านตกลงจะแจ้ง ให้เราทราบถึงความไม่ถูกต้องหรือการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลนั้น เราสงวนสิทธิ์ที่จะขอให้ส่งมอบเอกสารเพิ่มเติม อื่นใดเพื่อการยืนยันข้อมูลที่คุณได้ให้แก่เราตามที่เราเห็นสมควร

3.4 หากท่านได้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามแก่เรา (เช่น เจ้าของทรัพย์สิน ผู้รับผลประโยชน์ ผู้ ติดต่อฉุกเฉิน บุคคลที่อ้างอิง และผู้อ้างอิง) เช่น ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ รายได้ของบุคคลใน ครอบครัว และข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลเพื่อการติดต่ออื่นเพื่อติดต่อในกรณีฉุกเฉิน กรอกใบสมัครหรือทำธุรกรรม

ของท่านกับเรา ท่านรับรองว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ถูกต้องตามกฎหมาย กรุณาแจ้งบุคคลเหล่านั้นให้ทราบถึง นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ และ/หรือขอความยินยอมจากบุคคลเหล่านั้น 

เราจะเก็บรวบรวมข้อมูลของผู้เยาว์ ต่อเมื่อได้รับความ ยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ ผู้พิทักษ์ หรือผู้อนุบาล เท่านั้น เราจะไม่เก็บรวบรวมข้อมูลจากลูกค้าที่เรารู้โดยแจ้งชัดว่าอายุต่ำกว่ายี่สิบปี หากไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ ผู้พิทักษ์ หรือผู้ อนุบาล ในกรณีที่จำเป็นต้องได้รับความยินยอม ในกรณีที่เราทราบว่า เราได้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มี เจตนาจากบุคคลใด ๆ ที่อายุต่ำกว่ายี่สิบปี โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ ผู้พิทักษ์ หรือผู้อนุบาล เราจะดำเนินการลบข้อมูล ดังกล่าวทันที หรือประมวลผลเฉพาะในส่วนของข้อมูลที่เราสามารถกระทำได้บนฐานทางกฎหมายอื่น ๆ นอกเหนือจากการขอความยินยอม

เราเก็บรวบรวมหรือได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลประเภทต่าง ๆ จากแหล่งข้อมูลดังต่อไปนี้ 

5.1 การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากท่านโดยตรง

ข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรงในช่องทางให้บริการต่าง ๆ เช่น

(1)  เมื่อท่านได้เข้าถึงและ/หรือใช้บริการหรือแพลตฟอร์มของเรา หรือลงทะเบียนสมัครบัญชีผู้ใช้กับเรา

(2)  เมื่อท่านส่งแบบฟอร์ม รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง แบบฟอร์มการสมัครหรือแบบฟอร์มอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

กับผลิตภัณฑ์และบริการของเรา ไม่ว่าจะแบบออนไลน์หรือแบบฟอร์มเป็นเอกสาร

(3) เมื่อท่านทำข้อตกลงใดๆ หรือให้เอกสารหรือข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อระหว่างท่านกับเรา หรือเมื่อท่านใช้ผลิตภัณฑ์และบริการของเรา

(4) เมื่อท่านติดต่อกับเรา เช่น ผ่านทางโทรศัพท์ แฟกซ์ การประชุมแบบ เห็นหน้ากัน แพลตฟอร์มสื่อทางสังคม และอีเมลแอดเดรส รวมถึงเมื่อท่านได้ติดต่อกับตัวแทนให้บริการลูกค้า (แผนก customer service)

(5) เมื่อท่านใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือติดต่อกับเราผ่านแพลตฟอร์ม เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือใช้

บริการ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการใช้ผ่านคุกกี้ ซึ่งเราอาจปรับใช้เมื่อท่านใช้หรือเข้าถึงแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์

(6)  เมื่อท่านได้อนุญาตโดยผ่านอุปกรณ์ของท่าน ให้เปิดเผยข้อมูลใดๆ แก่แอปพลิเคชันหรือแพลตฟอร์ม

(7)  เมื่อท่านเชื่อมโยงบัญชีผู้ใช้บริการผ่านแพลตฟอร์มของเรากับบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media

Account) หรือบัญชีผู้ใช้งานอื่นของท่าน หรือใช้ฟีเจอร์สื่อสังคมออนไลน์อื่น (Social Media Features) ภายใต้ นโยบายการให้บริการของผู้ให้บริการฟีเจอร์นั้นๆ

(8)  เมื่อท่านดำเนินธุรกรรมผ่านบริการของเรา

(9)  เมื่อท่านให้ความคิดเห็นหรือคำร้องเรียนแก่เรา

(10)  ข้อมูลที่เราเก็บรวบรวมจากการที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าใช้งานเว็บไซต์ ผลิตภัณฑ์หรือบริการอื่น ๆ ตามสัญญาหรือตามพันธกิจ เช่น การติดตามพฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์ ผลิตภัณฑ์หรือบริการของเราด้วย การใช้คุกกี้ (Cookies) หรือจากซอฟต์แวร์บนอุปกรณ์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น

(11) เมื่อท่านส่งข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้แก่เราด้วยเหตุผลใดก็ตาม เป็นต้น

5.2 การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่น

5.2.1 การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่น เช่น ข้อมูลสาธารณะ และ/หรือ บริษัทแม่ และบริษัทในเครือ (เช่น การได้รับข้อมูลจากผู้ให้บริการที่เราว่าจ้างให้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลแทน) พันธมิตร ทางธุรกิจของเรา หน่วยงานที่เราให้บริการ (รวมทั้ง เว็บไซต์ ตลอดจนชื่อผู้ใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ของ หน่วยงานดังกล่าว) แหล่งข้อมูลของทางการ หน่วยงาน ของรัฐที่มีฐานข้อมูลที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับบุคคล หน่วยงาน ภาครัฐ (เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย กรมสรรพากร สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงาน คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย กรมบังคับคดี กระทรวงพาณิชย์ สำนักงาน คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กรมที่ดิน ศาล) และจากบุคคลภายนอกอื่นใด (เช่น ผู้ที่ แนะนำลูกค้า ผู้แทนของท่าน ผู้ค้า หรือบุคคลอื่นใดซึ่งได้รับมอบอำนาจจากท่าน)

5.2.2 แพลตฟอร์มของเราใช้ Google Analytics ซึ่งเป็นบริการวิเคราะห์เว็บที่ให้บริการโดย Google, Inc. (“Google”) Google Analytics ใช้คุกกี้ ซึ่งเป็นไฟล์ข้อความที่เก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ของคุณเพื่อ ช่วยเว็บแพลตฟอร์มวิเคราะห์วิธีการใช้งานของผู้ใช้ ข้อมูลที่คุกกี้สร้างขึ้นเกี่ยวกับการใช้งานเว็บแพลตฟอร์ม (รวมถึงที่อยู่ IP ของคุณ) จะถูกส่งและจัดเก็บบนเซิร์ฟเวอร์โดย Google ในประเทศสหรัฐอเมริกา Google จะใช้ ข้อมูลนี้เพื่อประเมินการใช้งานเว็บแพลตฟอร์ม รวบรวมรายงานเกี่ยวกับกิจกรรมที่เกิดขึ้นในเว็บแพลตฟอร์ม สำหรับผู้ให้บริการเว็บแพลตฟอร์ม และให้บริการด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมของเว็บแพลตฟอร์มและการใช้ งานอินเทอร์เน็ต Google ยังอาจส่งข้อมูลนี้ให้แก่บุคคลภายนอกตามที่กฎหมายได้กำหนดไว้ หรือเมื่อ บุคคลภายนอกดังกล่าวดำเนินการประมวลผลข้อมูลในนามของ Google Google จะไม่เชื่อมโยงที่อยู่ IP ของคุณ กับข้อมูลอื่นที่ Google เก็บรักษาไว้

เรามีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อนําไปใช้ประโยชน์ในการดําเนินงานตามวัตถุประสงค์และ พันธกิจของเรา ระหว่างท่านกับเรา โดยข้อมูลที่ได้ทําการจัดเก็บนั้น เราได้คํานึงถึงความถูกต้อง ครบถ้วน และ ความเป็นปัจจุบันของข้อมูล

เราอาจเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

7.1 เพื่อปรับปรุงและพัฒนาบริการและโปรโมชั่นให้ตอบสนองลูกค้าได้ดีขึ้น

7.2 เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบปัญหาของลูกค้าได้ดีขึ้น

เราจะดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยจะกระทำโดยมีวัตถุประสงค์ ขอบเขต และใช้ วิธีการที่ชอบด้วยกฎหมาย โปร่งใส และเป็นธรรม ภายใต้ฐานการประมวลผล ดังต่อไปนี้

8.1 การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ให้กระทำได้ภายใต้วัตถุประสงค์ และเพียงเท่าที่จำเป็นตามกรอบ วัตถุประสงค์ หรือ เพื่อประโยชน์ที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม โดยต้องแจ้งให้ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ถึงรายละเอียด ดังต่อไปนี้

(1)           วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม

(2)           ข้อมูลส่วนบุคคลที่ทำการเก็บรวบรวม

(3)           กรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือสัญญา หรือเพื่อเข้าทำสัญญา    โดยต้องแจ้งถึงผลกระทบที่เป็นไปได้จากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ

(4)           ประเภทของบุคคลหรือหน่วยงานซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมอาจถูกเปิดเผย

(5)           สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

8.2 การใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

เราจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อท่าน การดำเนินธุรกิจของ เรา

เพื่อให้ท่านได้รับบริการที่ดีจากการดำเนินธุรกิจของเรา ทั้งนี้ เราจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามกฎหมายและ กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องหรือเพื่อปรับปรุงบริการให้ประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ได้ แจ้งให้ท่านทราบตามนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ เพื่อพัฒนามาตรฐานความมั่นคงปลอดภัย สารสนเทศในการบริหารความเสี่ยง ตรวจจับ ป้องกันกิจกรรมที่มีแนวโน้มละเมิดกฎหมาย ระเบียบการใช้งานที่ เกี่ยวข้องหรือข้อตกลง เงื่อนไขการใช้เว็บไซต์หรือแอพพลิเคชันของเรา รวมถึงเพื่อติดต่อท่านผ่านทางโทรศัพท์ ข้อความ (SMS) อีเมลแอดเดรส หรือไปรษณีย์ หรือผ่านช่องทางใด ๆ เพื่อสอบถาม หรือแจ้งให้ท่านทราบ หรือ ตรวจสอบและยืนยันข้อมูล หรือสำรวจความคิดเห็น หรือแจ้งข้อมูลข่าวสารอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ และการ ให้บริการของเราตามที่จำเป็น

8.3 การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

8.3.1 เราจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลที่สาม เพื่อประโยชน์ในการเพิ่ม ประสิทธิภาพการให้บริการในด้านต่าง ๆ แก่ท่าน หรืออำนวยความสะดวกอื่นใดแก่ท่านได้อย่างถูกต้อง ต่อเนื่อง เพื่อให้ท่านสามารถทำธุรกรรมที่ท่านประสงค์ได้สำเร็จลุล่วง และเกิดประโยชน์สูงสุด โดยการเปิดเผยข้อมูลส่วน บุคคล ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์ที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับวัตถุประสงค์ของ การเก็บรวบรวม และต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลที่ให้ไว้ก่อนหรือในขณะนั้น เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้ ไม่จำเป็นต้องขอความยินยอม

(1)           เพื่อประโยชน์เกี่ยวกับการวางแผนหรือการสถิติหรือสำมะโนต่าง ๆ ของหน่วยงานของรัฐ

(2)           เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกายหรือสุขภาพของบุคคล

(3)           เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะโดยชอบด้วยกฎหมาย

(4)           เพื่อประโยชน์แก่การสืบสวนสอบสวนของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย หรือในการ

พิจารณาพิพากษาคดีของศาล

(5) เป็นการปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด หรือตามคำสั่งศาล

8.3.2 เราอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลที่สาม ไม่ว่าจะมีสภาพเป็นนิติบุคคล

หรือบุคคลธรรมดา ภายใต้ขอบเขตที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับ นี้ ซึ่งอาจรวมถึง

(1) บริษัทในเครือ คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ บริษัทย่อย และ/หรือ ผู้ให้บริการภายนอก เพื่อ ให้บริการในการนำเสนอสิทธิประโยชน์และบริการอื่น ๆ ของเราแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการพัฒนา ปรับปรุง ผลิตภัณฑ์ หรือบริการของเรา เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล การประมวลผลข้อมูล การดำเนินการด้านบัตร เครดิต การให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง การพัฒนา แพลตฟอร์มบริการลูกค้า การส่งอีเมล/SMS การพัฒนาเว็บไซต์ การพัฒนาแอปพลิเคชันบนมือถือ และการรับ ประกันภัยต่อ การสำรวจความพึงพอใจและการทำวิจัย การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าโดยจะมีการทำสัญญา รักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้เป็นความลับ กรณีนิติบุคคลจะต้องมีมาตรฐานด้านความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่มี มาตรฐานเป็นที่ยอมรับ

(2) หน่วยงานรัฐบาล รัฐบาล หรือองค์กรอื่นตามกฎหมาย เพื่อเป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย คำสั่ง

คำร้องขอ เพื่อการประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามกฎหมาย

ทั้งนี้ เราจะกำหนดให้ผู้ที่ได้รับข้อมูลมีมาตรการปกป้องข้อมูลของท่านอย่างเหมาะสมและประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดย ปราศจากอำนาจโดยมิชอบ

9.1 เราจะใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ ตามความยินยอมของท่านโดยจะต้องเป็นการใช้ตาม วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม จัดเก็บ ข้อมูลของเราเท่านั้น เราจะกำกับดูแลพนักงาน เจ้าหน้าที่หรือ ผู้ปฏิบัติงานของเรามิให้ใช้และ/หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์ของการเก็บ รวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลหรือเปิดเผยต่อบุคคลภายนอก เว้นแต่ 

9.1.1 เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ประมวลกฎหมายแพ่งและอาญา ประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความแพ่งและอาญา เป็นต้น

ของศาล

9.1.2 เป็นไปเพื่อประโยชน์แก่การสอบสวนของพนักงานสอบสวน หรือการพิจารณาพิพากษาคดี

9.1.3 เพื่อประโยชน์ของท่าน และการขอความยินยอมไม่อาจกระทำได้ในเวลานั้น

9.1.4 เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของเรา หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่เรา

9.1.5 เป็นการจำเป็นเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล

9.1.6 เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือเพื่อ ใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น

9.1.7 เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อ

ประโยชน์สาธารณะ หรือเพื่อการศึกษา วิจัย การจัดทำสถิติ ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม

9.2 เราอาจใช้บริการสารสนเทศของผู้ให้บริการซึ่งเป็นบุคคลภายนอกเพื่อให้ดำเนินการเก็บรักษาข้อมูล ส่วนบุคคล ซึ่งผู้ให้บริการนั้นจะต้องมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย โดยห้ามดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนอกเหนือจากที่เรากำหนด

เราอาจมีการมอบหมายหรือจัดซื้อจัดจ้างบุคคลที่สาม (ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล) ให้ทำการ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแทนหรือในนามของเรา ซึ่งบุคคลที่สามดังกล่าวอาจเสนอบริการในลักษณะต่าง ๆ เช่น การเป็นผู้ดูแล (Hosting) รับงานบริการช่วง (Outsourcing) หรือเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ (Cloud computing service/provider) หรือเป็นงานในลักษณะการจ้างทำของในรูปแบบอื่น

การมอบหมายให้บุคคลที่สามทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล นั้น เราจะจัดให้มีข้อตกลงระบุสิทธิและหน้าที่ของเราในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและของบุคคลที่เรา มอบหมายในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งรวมถึงกำหนดรายละเอียดประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่เรา มอบหมายให้ประมวลผล รวมถึงวัตถุประสงค์ ขอบเขตในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลและข้อตกลง   อื่น ๆ ที่ เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามขอบเขตที่ระบุในข้อตกลงและ ตามคำสั่งของเราเท่านั้นโดยไม่สามารถประมวลผลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นได้

ในกรณีที่ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีการมอบหมายผู้ให้บริการช่วง (ผู้ประมวลผลช่วง) เพื่อทำการ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแทนหรือในนามของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ดังนี้ เราจะกำกับให้ผู้ประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคลจัดให้มีเอกสารข้อตกลงระหว่างผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลกับผู้ประมวลผลช่วง ในรูปแบบและ มาตรฐานที่ไม่ต่ำกว่าข้อตกลงระหว่างเรากับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

เราอาจมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบริษัทในเครือหรือบุคคลอื่นใน

ต่างประเทศ หรือไปยังผู้รับข้อมูลอื่นซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจตามปกติของเรา เช่น การส่งหรือโอน

ข้อมูลส่วนบุคคลไปเก็บไว้บน Server/Cloud ในประเทศต่าง ๆ ในกรณีที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งท่าน เป็นคู่สัญญา หรือเป็นการกระทำตามสัญญาระหว่างเรากับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ของท่านหรือเพื่อ ใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญา หรือเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือ สุขภาพของท่านหรือบุคคลอื่น เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเป็นการจำเป็นเพื่อดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์ สาธารณะที่สำคัญ

กรณีที่ประเทศปลายทางมีมาตรฐานเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่เพียงพอ เราจะดูแลการส่ง หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และจะดำเนินการให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคลที่เห็นว่าจำเป็นและเหมาะสมสอดคล้องกับมาตรฐานการรักษาความลับ เช่น มีข้อตกลงรักษาความลับกับ ผู้รับข้อมูลในประเทศดังกล่าว หรือในกรณีที่ผู้รับข้อมูลเป็นบริษัทในเครือกิจการ/ธุรกิจเดียวกัน เราอาจเลือกใช้ วิธีการดำเนินการให้มีนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับการตรวจสอบและรับรองจากผู้มีอำนาจตาม กฎหมายที่เกี่ยวข้องและจะดำเนินการให้การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบริษัทในเครือกิจการ/ธุรกิจเดียวกัน ที่อยู่ต่างประเทศเป็นไปตามนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวแทนการดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด ไว้ก็ได้

เราจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตามระยะเวลาที่จำเป็นในระหว่างที่ท่านเป็นลูกค้าหรือยังคงใช้ บริการของเรา หรือตลอดระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้ ซึ่งอาจ จำเป็นต้องเก็บรักษาไว้ต่อไปภายหลังจากนั้นหากมีกฎหมายกำหนดหรืออนุญาตไว้ เช่น จัดเก็บไว้ตามกฎหมายว่า ด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน จัดเก็บไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการพิสูจน์ตรวจสอบกรณีอาจเกิดข้อ พิพาทภายในอายุความตามที่กฎหมายกำหนดเป็นระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี

ทั้งนี้ เราจะทำการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุถึงตัวตนของท่าน ได้เมื่อหมดความจำเป็นหรือสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าว

ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเราและเราได้นำมาตรการรักษาความ ปลอดภัยทางเทคนิคจึงเลือกใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัสข้อมูลเพื่อความปลอดภัยทางอิเล็กทรอนิกส์แบบ (Secure Sockets Layer หรือเรียกโดยย่อว่า SSL) เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลจากการสูญหาย การเข้าถึงการ ใช้หรือการเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาต การใช้งานในทางที่ผิด การดัดแปลงเปลี่ยนแปลง และการทำลายโดยใช้ เทคโนโลยีและขั้นตอนการรักษาความปลอดภัย เช่น การเข้ารหัสและการจำกัดการเข้าถึง เพื่อให้มั่นใจว่าบุคคลที่ ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและบุคคลเหล่านี้ได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับความสำคัญของ การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล  

เราจัดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้ที่ไม่มีสิทธิหรือหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลนั้น และจะจัดให้มีการ

ทบทวนมาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ เราจะไม่รับผิดชอบในกรณีความเสียหายใด ๆ อันเกิดจากการใช้หรือการเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลต่อบุคคลที่สาม รวมถึงการละเลย หรือเพิกเฉยการออกจากระบบ (Log out) ที่เจ้าของข้อมูลได้ เข้าใช้งานโดยการกระทำของเจ้าของข้อมูลหรือบุคคลอื่นซึ่งได้รับอนุญาตจากเจ้าของข้อมูล

ท่านมีสิทธิ (1) สิทธิในการเพิกถอนความยินยอมให้บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (2) สิทธิ ในการเข้าถึงและรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย (3) สิทธิในการขอให้โอนย้ายข้อมูล ส่วนบุคคลของท่าน (4) สิทธิในการคัดค้าน การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (5) สิทธิในการขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านซึ่งไม่อาจระบุตัวตนได้ (6) สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของ ท่าน (7) สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจ ผิด (8) สิทธิที่จะร้องเรียนในกรณีที่ท่านเห็นว่าถูกบริษัทหรือเจ้าหน้าที่หรือตัวแทนของบริษัทละเมิดสิทธิตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562

การร้องขอใด ๆ เพื่อการใช้สิทธิของท่านตามที่กล่าวข้างต้น จะต้องกระทำเป็นลายลักษณ์อักษร และ บริษัทจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดที่จะดำเนินการภายในระยะเวลาที่สมเหตุสมผล และไม่เกินระยะเวลาที่ กฎหมายกำหนด โดยบริษัทจะปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวกับสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคล

การใช้สิทธิของท่านตามข้อ 14.1 อาจถูกจำกัดภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมีบางกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่ เราอาจปฏิเสธหรือไม่สามารถดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิข้างต้นของท่านได้ เช่น ต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือ คำสั่งศาล เพื่อประโยชน์สาธารณะ การใช้สิทธิอาจละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น เป็นต้น หากเราปฏิเสธคำ ขอข้างต้น เราจะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธให้ท่านทราบด้วย

บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการคิดค่าบริการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต่อการเข้าดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูล ส่วนบุคคลตามที่ท่านร้องขอ

“คุกกี้” (Cookies) คือ ข้อมูลที่เรา ส่งไปที่เครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ผ่านเว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser) ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าใช้บริการเว็บไซต์ หรือช่องทาง ออนไลน์อื่น ๆ ของเรา และติดตั้งข้อมูลดังกล่าวไว้ในระบบของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยหากมีการใช้คุกกี้ก็จะ ทำให้เว็บไซต์ของเรา สามารถบันทึกหรือจดจำข้อมูลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้จนกว่าเจ้าของข้อมูลส่วน บุคคลจะออกจากเว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser) หรือจนกว่าเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะทำการลบ คุกกี้นั้นเสีย หรือไม่อนุญาตให้คุกกี้นั้นทำงานอีกต่อไป

การใช้คุกกี้จะทำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้รับความสะดวกสบายในการใช้บริการผ่านเว็บไซต์ของเรา มากขึ้น เพราะคุกกี้จะช่วยจดจำเว็บไซต์ที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลแวะหรือเยี่ยมชม ทั้งนี้ เราอาจขอความยินยอม จากท่านในการนำข้อมูลที่คุกกี้ได้บันทึกหรือเก็บรวบรวมไว้ไปใช้ในกรณี ดังต่อไปนี้

(1) เพื่อให้ระบบแสดงข้อมูลหรืออนุญาตให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าถึงบริการบางอย่างได้ เช่น การ แจ้งหรือส่งคำสั่งให้กับเรา ดำเนินการ การสอบถามข้อมูลกรมธรรม์ หรือการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดส่วนตัว เช่น รหัสผ่าน (Password), E-mail Address, Mobile Phone เป็นต้น

(2) เพื่อให้เราสามารถนำเสนอข่าวสารหรือประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับเรา และบริการที่เป็นประโยชน์ต่อ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละรายตามความเหมาะสม

(3) เพื่อใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการปรับปรุงเนื้อหาและบริการของเว็บไซต์ให้สอดคล้องกับความต้องการ ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมากที่สุด

(4) เพื่อใช้ในการวิเคราะห์เชิงสถิติ หรือในกิจกรรมอื่นของเรา

เราจะทำการพิจารณาทบทวนนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นประจำเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทาง ปฏิบัติ และกฎหมาย ข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรา จะแจ้งให้ท่านทราบถึงการแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่สำคัญใด ๆ พร้อมกับนโยบาย ฉบับปรับปรุง ผ่านช่องทางที่เหมาะสม ทั้งนี้ เราขอแนะนำให้ท่านตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงนโยบาย ฉบับนี้เป็น ระยะ ๆ

ในการใช้บริการแอบพลิเคชันหรือเว็บไซต์ของเรา อาจมีลิงก์เชื่อมต่อไปยังเครือข่ายสังคมออนไลน์ แพลตฟอร์ม และเว็บไซต์อื่นที่มีบุคคลภายนอกเป็นผู้ดำเนินการ เราพยายามที่จะเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ที่มี มาตรฐานในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เราไม่สามารถรับผิดชอบในเนื้อหาหรือมาตรฐาน การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเว็บไซต์อื่นนั้น เว้นแต่จะกำหนดไว้เป็นประการอื่น ข้อมูลส่วนบุคคลใดที่ท่าน ให้แก่เว็บไซต์ของบุคคลภายนอกนั้นจะถูกเก็บรวบรวมโดยบุคคลดังกล่าวและอยู่ภายใต้ประกาศ / นโยบาย เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลภายนอกดังกล่าว (หากมี) ในกรณีเช่นว่านี้ เราไม่อาจควบคุมและ ไม่อาจรับผิดชอบในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณโดยบุคคลภายนอกดังกล่าว

 ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัยหรือข้อเสนอแนะเกี่ยวกับนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือการปฏิบัติ ตามนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ เรายินดีตอบข้อสงสัย และรับฟังข้อเสนอแนะของท่าน โดยท่าน สามารถติดต่อกับบริษัทได้ตามสถานที่ติดต่อ ดังนี้ หากท่านเห็นว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่

เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ท่านมีสิทธิที่จะร้องเรียนไปยังเจ้าหน้าที่คุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล

รายละเอียดของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller) 

ชื่อ:  แผนกการตลาด

สถานที่ติดต่อ: บริษัท ฟอร์แคร์ อินโน จำกัด

โทรศัพท์: 02-171-1394-96

Email: [email protected]

รายละเอียดของเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ชื่อ แผนกดิจิตอล

สถานที่ติดต่อ: บริษัท ฟอร์แคร์ อินโน จำกัด

โทรศัพท์: 02-171-1394-96

email:  [email protected]

ท่านรับทราบและตกลงให้นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ อยู่ภายใต้การบังคับและตีความตาม กฎหมายไทย และศาลไทยเป็นผู้มีอำนาจในการพิจารณาข้อพิพาทใดที่อาจเกิดขึ้น

เอกสารแนบท้าย

 บริษัทในเครือกิจการและผู้ควบคุมข้อมูล

บริษัทและผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

สถานที่และวิธีติดต่อผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท ฟอร์แคร์ อินโน จำกัด

168 ซอยสุเหร่าคลองหนึ่ง 15แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510 โทร: 02-171-1394-96

บริษัท ฟอร์แคร์  จำกัด

168 ซอยสุเหร่าคลองหนึ่ง 15แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510 โทร: 02-171-1397

ประกาศสำหรับกลุ่มบริษัทในเครือ ฟอร์แคร์

ฉบับที่ 005/2565

 นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท ฟอร์แคร์ จำกัด และบริษัทในเครือกิจการตามเอกสารแนบนี้ (รวมเรียกว่า “เรา”)  ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อรับผลิตภัณฑ์และบริการของเรา โดยประกาศฉบับนี้จะบังคับใช้กับเว็บไซต์ แอปพลิเคชั่น หน้าเพจที่มีแบรนด์สินค้าใดๆบนแพลทฟอร์มของบุคคลที่สาม (เช่น เฟซบุ๊ก หรือ ยูทูป) และแอปพลิเคชั่นที่เข้าถึงได้โดยบุคคลที่สาม หรือใช้งานผ่านแพลทฟอร์มของบุคคลที่สาม (ต่อไปเรียกว่า “เว็บไซต์ของเรา”  www.4care.co.th)  เรามีความจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ ดังนั้น เราจึงมีจุดประสงค์ประกาศนโยบาย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ขึ้น เพื่อแจ้ง เกี่ยวกับ สิทธิและหน้าที่ รวมถึงเงื่อนไขต่างๆ อันเกี่ยวเนื่องกับการ เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลที่บริษัท จะดำเนินการให้ผู้ใช้บริการ ในฐานะผู้ใช้บริการรับทราบ เพื่อประโยชน์ในการให้บริการผ่านทางเว็บไซต์นี้ รวมทั้งการปฏิบัติตามคำสั่งซื้อของคุณ และการปรับปรุงพัฒนาเว็บไซต์และบริการให้เหมาะกับคุณ เราให้ความเชื่อมั่นแก่ท่านว่า ข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดของท่านเป็นข้อมูลที่ทางเราให้ความสำคัญ โดยเรา รับประกันจะปกป้องและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลด้วยมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมอย่างดี ที่สุด และข้อมูลทั้งหมดของท่านจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับ โดยเราขอแนะนำให้ท่านโปรดอ่านและทำความ เข้าใจนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ เพื่อรับทราบวัตถุประสงค์ที่เราได้เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตลอดจนสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต่อท่าน โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ฉบับนี้ มีขอบเขตการบังคับใช้ครอบคลุมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดที่ดำเนินการโดยเรา รวมถึง บุคคลใด ๆ ซึ่งล่วงรู้ข้อมูลส่วนบุคคลเนื่องจากเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของเรา ซึ่งจะต้องปฏิบัติตามนโยบาย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ และตามกรอบที่กฎหมายกำหนด

สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้เก็บรวบรวมไว้ก่อนที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ใช้ บังคับ เราสามารถเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นได้ต่อไปตามวัตถุประสงค์เดิม โดยการเปิดเผยและการ ดำเนินการอื่นที่ไม่ใช่การเก็บรวบรวมและการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลข้างต้นให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

“นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า นโยบาย ที่เราจัดทำเพื่อแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วน บุคคลทราบถึงการประมวลผลข้อมูลของเรา และรายละเอียดต่าง ๆ ตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคล พ.ศ. 2562 ได้กำหนดไว้

“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่า ทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ 

อย่างไรก็ดี ข้อมูลต่อไปนี้ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ข้อมูลสำหรับการติดต่อทางธุรกิจที่ไม่ได้ระบุถึงตัว บุคคล อาทิ ชื่อบริษัท ที่อยู่ของบริษัท เลขทะเบียนนิติบุคคลของบริษัท หมายเลขโทรศัพท์ของที่ทำงาน อีเมล แอดเดรส (email address) ที่ใช้ในการทำงาน เช่น [email protected] ข้อมูลนิรนาม (Anonymous Data) หรือข้อมูลแฝงที่ถูกทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้อีกโดยวิธีการทางเทคนิค (Pseudonymous Data) ข้อมูลผู้ถึง แก่กรรม เป็นต้น 

“ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว” (Sensitive data) หมายความว่า ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อ ชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติ อาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่ง กระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศ กำหนด

  ทั้งนี้ ต่อไปในนโยบายฉบับนี้ หากไม่มีการกล่าวโดยเฉพาะเจาะจงจะเรียก “ข้อมูลส่วนบุคคล” และ “ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว” ที่เกี่ยวกับผู้ใช้บริการข้างต้นให้รวมกันเรียกว่า “ข้อมูลส่วนบุคคล”

“การประมวลผล” หมายความว่า การดำเนินการใด ๆ กับข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การเก็บรวบรวม บันทึก จัดระบบ ทำโครงสร้าง เก็บรักษา ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง กู้คืน ใช้ เปิดเผย ส่งต่อ เผยแพร่ โอน ผสมเข้าด้วยกัน ลบ ทำลาย 

“เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” (Data Subject) หมายความว่า บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วน บุคคล

“ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” (Data Controller) หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นซึ่งมีอำนาจ หน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

“ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” (Data Processor) หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการ เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บุคคลหรือนิติบุคคลที่ดำเนินการดังกล่าวไม่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

“คุกกี้” (Cookies) หมายความว่า ไฟล์คอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ที่จะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลชั่วคราวที่จำเป็น ลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการติดต่อสื่อสารซึ่งจะมีผล ในขณะที่เข้าใช้งานระบบเว็บไซต์เท่านั้น

3.1 ข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ ที่ให้กับหรือเก็บรวบรวมโดยเรา ผ่านคุกกี้และเทคโนโลยีติดตามอื่น ๆ ได้ถูกควบคุมโดยมีเรา เป็นผู้ควบคุมข้อมูล โดยเราขอเก็บรวบรวมข้อมูลของคุณที่อาจเกิดขึ้นจากการบันทึกข้อมูลอัตโนมัติผ่านทางโดนเมนของคุณหรือผู้ให้บริการในการเข้าถึงเว็ปไซต์ หรือบุคคลอื่นที่ได้รับความยินยอมจากคุณ รวมถึงข้อมูลที่คุณให้ไว้ด้วยความสมัครใจ และเราอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ดังต่อไปนี้

3.1.1 ข้อมูลเกี่ยวกับการลงทะเบียน หรือสมัครสมาชิก : ประกอบไปด้วยคำนำหน้าชื่อ ชื่อ-นามสกุล เพศ อายุ วันเดือนปีเกิด อีเมลล์ หมายเลขโทรศัพท์ ประเภทผลิตภัณฑ์ที่สนใจ

3.1.2 ข้อมูลเกี่ยวกับการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา : เราเก็บข้อมูลสารสนเทศและรายละเอียด มาตรฐานทางอินเตอร์เน็ตเกี่ยวกับรูปแบบพฤติกรรมของผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ (เราใช้ข้อมูลนี้บันทึกจำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์  การใช้พื้นที่บนเว็บไซต์ของผู้เยี่ยมชมที่ต่างกัน และ ลักษณะหรือการเชื่อมโยงอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์  แต่เราไม่ใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการระบุตัวตนของท่าน)

3.1.3 ข้อมูลเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ของท่าน : อันประกอบด้วย หมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ (IP address) รหัสประจำ Browser (Session Id) วันและเวลาในการเข้าชมเว็ปไซด์ (Times Stamp) ของท่าน  ระบบปฏิบัติการ และ ประเภทของบราวเซอร์

3.1.4 รายละเอียดในการติดต่อ ได้แก่ ที่อยู่ รายละเอียดในการจัดส่ง หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ อีเมล ชื่อบัญชีไลน์ (LINE ID) ชื่อบัญชีเฟซบุ๊ก (Facebook ID)

3.1.5 ข้อมูลทางการตลาดและการติดต่อสื่อสาร เช่น ความต้องการของท่านในการรับข้อมูล ทางการตลาดจากเรา พันธมิตรทางธุรกิจ หรือบริษัทอื่น ๆ และรูปแบบการติดต่อสื่อสารที่ต้องการ รายการสินค้าที่ สนใจ บันทึกการแจ้งเตือนเกี่ยวกับโปรโมชั่นสินค้าหรือบริการ และข้อมูลทางการตลาดและการติดต่อสื่อสารอื่น ๆ รวมถึง ข้อมูลการใช้เว็บไซต์ แพลตฟอร์ม สินค้า

3.1.6 รายละเอียดโปรไฟล์ เช่น ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน โปรไฟล์ การใช้จ่าย รายละเอียดเกี่ยวกับ ผลิตภัณฑ์หรือบริการ (ประวัติคำสั่ง การสั่งซื้อที่ผ่านมา ประวัติการซื้อ การยกเลิกคำสั่งซื้อลูกค้า คำสั่งซื้อผ่านทาง เว็บไซต์ รหัสคำสั่งซื้อ) บันทึกทางการเงิน หมายเลขยืนยันตัวตน (PIN) ข้อมูลเกี่ยวกับความสนใจ ความชื่นชอบ ผล ตอบรับและผลการตอบแบบสำรวจ ผลสำรวจความพึงพอใจ การใช้โซเชียลมีเดีย รายละเอียดการเข้าร่วมกิจกรรม การใช้รหัสส่วนลดและโปรโมชันสำหรับลูกค้า รายละเอียดคำสั่งซื้อของลูกค้า การบริการลูกค้า เป็นต้น

3.2 เราไม่มีนโยบายในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Data) จากท่าน อย่างไรก็ดี หากมีกรณีที่เราจำเป็นจะต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว เราจะขอความยินยอมจากท่านโดย ชัดแจ้งก่อนการดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว หรือเว้นแต่มีเหตุตามกฎหมายให้ดำเนินการเก็บ รวบรวมข้อมูลดังกล่าวได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม

3.3 ท่านตกลงจะไม่ส่งมอบข้อมูลใดๆ ที่ไม่ถูกต้องและ/หรือที่ทำให้เข้าใจผิดแก่เรา และท่านตกลงจะแจ้ง ให้เราทราบถึงความไม่ถูกต้องหรือการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลนั้น เราสงวนสิทธิ์ที่จะขอให้ส่งมอบเอกสารเพิ่มเติม อื่นใดเพื่อการยืนยันข้อมูลที่คุณได้ให้แก่เราตามที่เราเห็นสมควร

3.4 หากท่านได้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามแก่เรา (เช่น เจ้าของทรัพย์สิน ผู้รับผลประโยชน์ ผู้ ติดต่อฉุกเฉิน บุคคลที่อ้างอิง และผู้อ้างอิง) เช่น ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ รายได้ของบุคคลใน ครอบครัว และข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลเพื่อการติดต่ออื่นเพื่อติดต่อในกรณีฉุกเฉิน กรอกใบสมัครหรือทำธุรกรรม

ของท่านกับเรา ท่านรับรองว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ถูกต้องตามกฎหมาย กรุณาแจ้งบุคคลเหล่านั้นให้ทราบถึง นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ และ/หรือขอความยินยอมจากบุคคลเหล่านั้น 

เราจะเก็บรวบรวมข้อมูลของผู้เยาว์ ต่อเมื่อได้รับความ ยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ ผู้พิทักษ์ หรือผู้อนุบาล เท่านั้น เราจะไม่เก็บรวบรวมข้อมูลจากลูกค้าที่เรารู้โดยแจ้งชัดว่าอายุต่ำกว่ายี่สิบปี หากไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ ผู้พิทักษ์ หรือผู้ อนุบาล ในกรณีที่จำเป็นต้องได้รับความยินยอม ในกรณีที่เราทราบว่า เราได้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มี เจตนาจากบุคคลใด ๆ ที่อายุต่ำกว่ายี่สิบปี โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ ผู้พิทักษ์ หรือผู้อนุบาล เราจะดำเนินการลบข้อมูล ดังกล่าวทันที หรือประมวลผลเฉพาะในส่วนของข้อมูลที่เราสามารถกระทำได้บนฐานทางกฎหมายอื่น ๆ นอกเหนือจากการขอความยินยอม

เราเก็บรวบรวมหรือได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลประเภทต่าง ๆ จากแหล่งข้อมูลดังต่อไปนี้ 

5.1 การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากท่านโดยตรง

ข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรงในช่องทางให้บริการต่าง ๆ เช่น

(1)  เมื่อท่านได้เข้าถึงและ/หรือใช้บริการหรือแพลตฟอร์มของเรา หรือลงทะเบียนสมัครบัญชีผู้ใช้กับเรา

(2)  เมื่อท่านส่งแบบฟอร์ม รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง แบบฟอร์มการสมัครหรือแบบฟอร์มอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

กับผลิตภัณฑ์และบริการของเรา ไม่ว่าจะแบบออนไลน์หรือแบบฟอร์มเป็นเอกสาร

(3) เมื่อท่านทำข้อตกลงใดๆ หรือให้เอกสารหรือข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อระหว่างท่านกับเรา หรือเมื่อท่านใช้ผลิตภัณฑ์และบริการของเรา

(4) เมื่อท่านติดต่อกับเรา เช่น ผ่านทางโทรศัพท์ แฟกซ์ การประชุมแบบ เห็นหน้ากัน แพลตฟอร์มสื่อทางสังคม และอีเมลแอดเดรส รวมถึงเมื่อท่านได้ติดต่อกับตัวแทนให้บริการลูกค้า (แผนก customer service)

(5) เมื่อท่านใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือติดต่อกับเราผ่านแพลตฟอร์ม เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือใช้

บริการ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการใช้ผ่านคุกกี้ ซึ่งเราอาจปรับใช้เมื่อท่านใช้หรือเข้าถึงแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์

(6)  เมื่อท่านได้อนุญาตโดยผ่านอุปกรณ์ของท่าน ให้เปิดเผยข้อมูลใดๆ แก่แอปพลิเคชันหรือแพลตฟอร์ม

(7)  เมื่อท่านเชื่อมโยงบัญชีผู้ใช้บริการผ่านแพลตฟอร์มของเรากับบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media

Account) หรือบัญชีผู้ใช้งานอื่นของท่าน หรือใช้ฟีเจอร์สื่อสังคมออนไลน์อื่น (Social Media Features) ภายใต้ นโยบายการให้บริการของผู้ให้บริการฟีเจอร์นั้นๆ

(8)  เมื่อท่านดำเนินธุรกรรมผ่านบริการของเรา

(9)  เมื่อท่านให้ความคิดเห็นหรือคำร้องเรียนแก่เรา

(10)  ข้อมูลที่เราเก็บรวบรวมจากการที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าใช้งานเว็บไซต์ ผลิตภัณฑ์หรือบริการอื่น ๆ ตามสัญญาหรือตามพันธกิจ เช่น การติดตามพฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์ ผลิตภัณฑ์หรือบริการของเราด้วย การใช้คุกกี้ (Cookies) หรือจากซอฟต์แวร์บนอุปกรณ์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น

(11) เมื่อท่านส่งข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้แก่เราด้วยเหตุผลใดก็ตาม เป็นต้น

5.2 การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่น

5.2.1 การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่น เช่น ข้อมูลสาธารณะ และ/หรือ บริษัทแม่ และบริษัทในเครือ (เช่น การได้รับข้อมูลจากผู้ให้บริการที่เราว่าจ้างให้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลแทน) พันธมิตร ทางธุรกิจของเรา หน่วยงานที่เราให้บริการ (รวมทั้ง เว็บไซต์ ตลอดจนชื่อผู้ใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ของ หน่วยงานดังกล่าว) แหล่งข้อมูลของทางการ หน่วยงาน ของรัฐที่มีฐานข้อมูลที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับบุคคล หน่วยงาน ภาครัฐ (เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย กรมสรรพากร สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงาน คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย กรมบังคับคดี กระทรวงพาณิชย์ สำนักงาน คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กรมที่ดิน ศาล) และจากบุคคลภายนอกอื่นใด (เช่น ผู้ที่ แนะนำลูกค้า ผู้แทนของท่าน ผู้ค้า หรือบุคคลอื่นใดซึ่งได้รับมอบอำนาจจากท่าน)

5.2.2 แพลตฟอร์มของเราใช้ Google Analytics ซึ่งเป็นบริการวิเคราะห์เว็บที่ให้บริการโดย Google, Inc. (“Google”) Google Analytics ใช้คุกกี้ ซึ่งเป็นไฟล์ข้อความที่เก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ของคุณเพื่อ ช่วยเว็บแพลตฟอร์มวิเคราะห์วิธีการใช้งานของผู้ใช้ ข้อมูลที่คุกกี้สร้างขึ้นเกี่ยวกับการใช้งานเว็บแพลตฟอร์ม (รวมถึงที่อยู่ IP ของคุณ) จะถูกส่งและจัดเก็บบนเซิร์ฟเวอร์โดย Google ในประเทศสหรัฐอเมริกา Google จะใช้ ข้อมูลนี้เพื่อประเมินการใช้งานเว็บแพลตฟอร์ม รวบรวมรายงานเกี่ยวกับกิจกรรมที่เกิดขึ้นในเว็บแพลตฟอร์ม สำหรับผู้ให้บริการเว็บแพลตฟอร์ม และให้บริการด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมของเว็บแพลตฟอร์มและการใช้ งานอินเทอร์เน็ต Google ยังอาจส่งข้อมูลนี้ให้แก่บุคคลภายนอกตามที่กฎหมายได้กำหนดไว้ หรือเมื่อ บุคคลภายนอกดังกล่าวดำเนินการประมวลผลข้อมูลในนามของ Google Google จะไม่เชื่อมโยงที่อยู่ IP ของคุณ กับข้อมูลอื่นที่ Google เก็บรักษาไว้

เรามีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อนําไปใช้ประโยชน์ในการดําเนินงานตามวัตถุประสงค์และ พันธกิจของเรา ระหว่างท่านกับเรา โดยข้อมูลที่ได้ทําการจัดเก็บนั้น เราได้คํานึงถึงความถูกต้อง ครบถ้วน และ ความเป็นปัจจุบันของข้อมูล

เราอาจเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

7.1 เพื่อปรับปรุงและพัฒนาบริการและโปรโมชั่นให้ตอบสนองลูกค้าได้ดีขึ้น

7.2 เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบปัญหาของลูกค้าได้ดีขึ้น

เราจะดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยจะกระทำโดยมีวัตถุประสงค์ ขอบเขต และใช้ วิธีการที่ชอบด้วยกฎหมาย โปร่งใส และเป็นธรรม ภายใต้ฐานการประมวลผล ดังต่อไปนี้

8.1 การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ให้กระทำได้ภายใต้วัตถุประสงค์ และเพียงเท่าที่จำเป็นตามกรอบ วัตถุประสงค์ หรือ เพื่อประโยชน์ที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม โดยต้องแจ้งให้ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ถึงรายละเอียด ดังต่อไปนี้

(1)           วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม

(2)           ข้อมูลส่วนบุคคลที่ทำการเก็บรวบรวม

(3)           กรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือสัญญา หรือเพื่อเข้าทำสัญญา    โดยต้องแจ้งถึงผลกระทบที่เป็นไปได้จากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ

(4)           ประเภทของบุคคลหรือหน่วยงานซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมอาจถูกเปิดเผย

(5)           สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

8.2 การใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

เราจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อท่าน การดำเนินธุรกิจของ เรา

เพื่อให้ท่านได้รับบริการที่ดีจากการดำเนินธุรกิจของเรา ทั้งนี้ เราจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามกฎหมายและ กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องหรือเพื่อปรับปรุงบริการให้ประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ได้ แจ้งให้ท่านทราบตามนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ เพื่อพัฒนามาตรฐานความมั่นคงปลอดภัย สารสนเทศในการบริหารความเสี่ยง ตรวจจับ ป้องกันกิจกรรมที่มีแนวโน้มละเมิดกฎหมาย ระเบียบการใช้งานที่ เกี่ยวข้องหรือข้อตกลง เงื่อนไขการใช้เว็บไซต์หรือแอพพลิเคชันของเรา รวมถึงเพื่อติดต่อท่านผ่านทางโทรศัพท์ ข้อความ (SMS) อีเมลแอดเดรส หรือไปรษณีย์ หรือผ่านช่องทางใด ๆ เพื่อสอบถาม หรือแจ้งให้ท่านทราบ หรือ ตรวจสอบและยืนยันข้อมูล หรือสำรวจความคิดเห็น หรือแจ้งข้อมูลข่าวสารอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ และการ ให้บริการของเราตามที่จำเป็น

8.3 การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

8.3.1 เราจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลที่สาม เพื่อประโยชน์ในการเพิ่ม ประสิทธิภาพการให้บริการในด้านต่าง ๆ แก่ท่าน หรืออำนวยความสะดวกอื่นใดแก่ท่านได้อย่างถูกต้อง ต่อเนื่อง เพื่อให้ท่านสามารถทำธุรกรรมที่ท่านประสงค์ได้สำเร็จลุล่วง และเกิดประโยชน์สูงสุด โดยการเปิดเผยข้อมูลส่วน บุคคล ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์ที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับวัตถุประสงค์ของ การเก็บรวบรวม และต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลที่ให้ไว้ก่อนหรือในขณะนั้น เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้ ไม่จำเป็นต้องขอความยินยอม

(1)           เพื่อประโยชน์เกี่ยวกับการวางแผนหรือการสถิติหรือสำมะโนต่าง ๆ ของหน่วยงานของรัฐ

(2)           เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกายหรือสุขภาพของบุคคล

(3)           เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะโดยชอบด้วยกฎหมาย

(4)           เพื่อประโยชน์แก่การสืบสวนสอบสวนของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย หรือในการ

พิจารณาพิพากษาคดีของศาล

(5) เป็นการปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด หรือตามคำสั่งศาล

8.3.2 เราอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลที่สาม ไม่ว่าจะมีสภาพเป็นนิติบุคคล

หรือบุคคลธรรมดา ภายใต้ขอบเขตที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับ นี้ ซึ่งอาจรวมถึง

(1) บริษัทในเครือ คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ บริษัทย่อย และ/หรือ ผู้ให้บริการภายนอก เพื่อ ให้บริการในการนำเสนอสิทธิประโยชน์และบริการอื่น ๆ ของเราแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการพัฒนา ปรับปรุง ผลิตภัณฑ์ หรือบริการของเรา เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล การประมวลผลข้อมูล การดำเนินการด้านบัตร เครดิต การให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง การพัฒนา แพลตฟอร์มบริการลูกค้า การส่งอีเมล/SMS การพัฒนาเว็บไซต์ การพัฒนาแอปพลิเคชันบนมือถือ และการรับ ประกันภัยต่อ การสำรวจความพึงพอใจและการทำวิจัย การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าโดยจะมีการทำสัญญา รักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้เป็นความลับ กรณีนิติบุคคลจะต้องมีมาตรฐานด้านความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่มี มาตรฐานเป็นที่ยอมรับ

(2) หน่วยงานรัฐบาล รัฐบาล หรือองค์กรอื่นตามกฎหมาย เพื่อเป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย คำสั่ง

คำร้องขอ เพื่อการประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามกฎหมาย

ทั้งนี้ เราจะกำหนดให้ผู้ที่ได้รับข้อมูลมีมาตรการปกป้องข้อมูลของท่านอย่างเหมาะสมและประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดย ปราศจากอำนาจโดยมิชอบ

9.1 เราจะใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ ตามความยินยอมของท่านโดยจะต้องเป็นการใช้ตาม วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม จัดเก็บ ข้อมูลของเราเท่านั้น เราจะกำกับดูแลพนักงาน เจ้าหน้าที่หรือ ผู้ปฏิบัติงานของเรามิให้ใช้และ/หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์ของการเก็บ รวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลหรือเปิดเผยต่อบุคคลภายนอก เว้นแต่ 

9.1.1 เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ประมวลกฎหมายแพ่งและอาญา ประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความแพ่งและอาญา เป็นต้น

ของศาล

9.1.2 เป็นไปเพื่อประโยชน์แก่การสอบสวนของพนักงานสอบสวน หรือการพิจารณาพิพากษาคดี

9.1.3 เพื่อประโยชน์ของท่าน และการขอความยินยอมไม่อาจกระทำได้ในเวลานั้น

9.1.4 เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของเรา หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่เรา

9.1.5 เป็นการจำเป็นเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล

9.1.6 เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือเพื่อ ใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น

9.1.7 เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อ

ประโยชน์สาธารณะ หรือเพื่อการศึกษา วิจัย การจัดทำสถิติ ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม

9.2 เราอาจใช้บริการสารสนเทศของผู้ให้บริการซึ่งเป็นบุคคลภายนอกเพื่อให้ดำเนินการเก็บรักษาข้อมูล ส่วนบุคคล ซึ่งผู้ให้บริการนั้นจะต้องมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย โดยห้ามดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนอกเหนือจากที่เรากำหนด

เราอาจมีการมอบหมายหรือจัดซื้อจัดจ้างบุคคลที่สาม (ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล) ให้ทำการ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแทนหรือในนามของเรา ซึ่งบุคคลที่สามดังกล่าวอาจเสนอบริการในลักษณะต่าง ๆ เช่น การเป็นผู้ดูแล (Hosting) รับงานบริการช่วง (Outsourcing) หรือเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ (Cloud computing service/provider) หรือเป็นงานในลักษณะการจ้างทำของในรูปแบบอื่น

การมอบหมายให้บุคคลที่สามทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล นั้น เราจะจัดให้มีข้อตกลงระบุสิทธิและหน้าที่ของเราในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและของบุคคลที่เรา มอบหมายในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งรวมถึงกำหนดรายละเอียดประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่เรา มอบหมายให้ประมวลผล รวมถึงวัตถุประสงค์ ขอบเขตในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลและข้อตกลง   อื่น ๆ ที่ เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามขอบเขตที่ระบุในข้อตกลงและ ตามคำสั่งของเราเท่านั้นโดยไม่สามารถประมวลผลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นได้

ในกรณีที่ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีการมอบหมายผู้ให้บริการช่วง (ผู้ประมวลผลช่วง) เพื่อทำการ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแทนหรือในนามของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ดังนี้ เราจะกำกับให้ผู้ประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคลจัดให้มีเอกสารข้อตกลงระหว่างผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลกับผู้ประมวลผลช่วง ในรูปแบบและ มาตรฐานที่ไม่ต่ำกว่าข้อตกลงระหว่างเรากับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

เราอาจมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบริษัทในเครือหรือบุคคลอื่นใน

ต่างประเทศ หรือไปยังผู้รับข้อมูลอื่นซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจตามปกติของเรา เช่น การส่งหรือโอน

ข้อมูลส่วนบุคคลไปเก็บไว้บน Server/Cloud ในประเทศต่าง ๆ ในกรณีที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งท่าน เป็นคู่สัญญา หรือเป็นการกระทำตามสัญญาระหว่างเรากับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ของท่านหรือเพื่อ ใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญา หรือเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือ สุขภาพของท่านหรือบุคคลอื่น เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเป็นการจำเป็นเพื่อดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์ สาธารณะที่สำคัญ

กรณีที่ประเทศปลายทางมีมาตรฐานเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่เพียงพอ เราจะดูแลการส่ง หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และจะดำเนินการให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคลที่เห็นว่าจำเป็นและเหมาะสมสอดคล้องกับมาตรฐานการรักษาความลับ เช่น มีข้อตกลงรักษาความลับกับ ผู้รับข้อมูลในประเทศดังกล่าว หรือในกรณีที่ผู้รับข้อมูลเป็นบริษัทในเครือกิจการ/ธุรกิจเดียวกัน เราอาจเลือกใช้ วิธีการดำเนินการให้มีนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับการตรวจสอบและรับรองจากผู้มีอำนาจตาม กฎหมายที่เกี่ยวข้องและจะดำเนินการให้การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบริษัทในเครือกิจการ/ธุรกิจเดียวกัน ที่อยู่ต่างประเทศเป็นไปตามนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวแทนการดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด ไว้ก็ได้

เราจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตามระยะเวลาที่จำเป็นในระหว่างที่ท่านเป็นลูกค้าหรือยังคงใช้ บริการของเรา หรือตลอดระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้ ซึ่งอาจ จำเป็นต้องเก็บรักษาไว้ต่อไปภายหลังจากนั้นหากมีกฎหมายกำหนดหรืออนุญาตไว้ เช่น จัดเก็บไว้ตามกฎหมายว่า ด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน จัดเก็บไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการพิสูจน์ตรวจสอบกรณีอาจเกิดข้อ พิพาทภายในอายุความตามที่กฎหมายกำหนดเป็นระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี

ทั้งนี้ เราจะทำการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุถึงตัวตนของท่าน ได้เมื่อหมดความจำเป็นหรือสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าว

ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเราและเราได้นำมาตรการรักษาความ ปลอดภัยทางเทคนิคจึงเลือกใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัสข้อมูลเพื่อความปลอดภัยทางอิเล็กทรอนิกส์แบบ (Secure Sockets Layer หรือเรียกโดยย่อว่า SSL) เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลจากการสูญหาย การเข้าถึงการ ใช้หรือการเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาต การใช้งานในทางที่ผิด การดัดแปลงเปลี่ยนแปลง และการทำลายโดยใช้ เทคโนโลยีและขั้นตอนการรักษาความปลอดภัย เช่น การเข้ารหัสและการจำกัดการเข้าถึง เพื่อให้มั่นใจว่าบุคคลที่ ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและบุคคลเหล่านี้ได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับความสำคัญของ การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล  

เราจัดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้ที่ไม่มีสิทธิหรือหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลนั้น และจะจัดให้มีการ

ทบทวนมาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ เราจะไม่รับผิดชอบในกรณีความเสียหายใด ๆ อันเกิดจากการใช้หรือการเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลต่อบุคคลที่สาม รวมถึงการละเลย หรือเพิกเฉยการออกจากระบบ (Log out) ที่เจ้าของข้อมูลได้ เข้าใช้งานโดยการกระทำของเจ้าของข้อมูลหรือบุคคลอื่นซึ่งได้รับอนุญาตจากเจ้าของข้อมูล

ท่านมีสิทธิ (1) สิทธิในการเพิกถอนความยินยอมให้บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (2) สิทธิ ในการเข้าถึงและรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย (3) สิทธิในการขอให้โอนย้ายข้อมูล ส่วนบุคคลของท่าน (4) สิทธิในการคัดค้าน การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (5) สิทธิในการขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านซึ่งไม่อาจระบุตัวตนได้ (6) สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของ ท่าน (7) สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจ ผิด (8) สิทธิที่จะร้องเรียนในกรณีที่ท่านเห็นว่าถูกบริษัทหรือเจ้าหน้าที่หรือตัวแทนของบริษัทละเมิดสิทธิตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562

การร้องขอใด ๆ เพื่อการใช้สิทธิของท่านตามที่กล่าวข้างต้น จะต้องกระทำเป็นลายลักษณ์อักษร และ บริษัทจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดที่จะดำเนินการภายในระยะเวลาที่สมเหตุสมผล และไม่เกินระยะเวลาที่ กฎหมายกำหนด โดยบริษัทจะปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวกับสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคล

การใช้สิทธิของท่านตามข้อ 14.1 อาจถูกจำกัดภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมีบางกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่ เราอาจปฏิเสธหรือไม่สามารถดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิข้างต้นของท่านได้ เช่น ต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือ คำสั่งศาล เพื่อประโยชน์สาธารณะ การใช้สิทธิอาจละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น เป็นต้น หากเราปฏิเสธคำ ขอข้างต้น เราจะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธให้ท่านทราบด้วย

บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการคิดค่าบริการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต่อการเข้าดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูล ส่วนบุคคลตามที่ท่านร้องขอ

“คุกกี้” (Cookies) คือ ข้อมูลที่เรา ส่งไปที่เครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ผ่านเว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser) ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าใช้บริการเว็บไซต์ หรือช่องทาง ออนไลน์อื่น ๆ ของเรา และติดตั้งข้อมูลดังกล่าวไว้ในระบบของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยหากมีการใช้คุกกี้ก็จะ ทำให้เว็บไซต์ของเรา สามารถบันทึกหรือจดจำข้อมูลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้จนกว่าเจ้าของข้อมูลส่วน บุคคลจะออกจากเว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser) หรือจนกว่าเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะทำการลบ คุกกี้นั้นเสีย หรือไม่อนุญาตให้คุกกี้นั้นทำงานอีกต่อไป

การใช้คุกกี้จะทำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้รับความสะดวกสบายในการใช้บริการผ่านเว็บไซต์ของเรา มากขึ้น เพราะคุกกี้จะช่วยจดจำเว็บไซต์ที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลแวะหรือเยี่ยมชม ทั้งนี้ เราอาจขอความยินยอม จากท่านในการนำข้อมูลที่คุกกี้ได้บันทึกหรือเก็บรวบรวมไว้ไปใช้ในกรณี ดังต่อไปนี้

(1) เพื่อให้ระบบแสดงข้อมูลหรืออนุญาตให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าถึงบริการบางอย่างได้ เช่น การ แจ้งหรือส่งคำสั่งให้กับเรา ดำเนินการ การสอบถามข้อมูลกรมธรรม์ หรือการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดส่วนตัว เช่น รหัสผ่าน (Password), E-mail Address, Mobile Phone เป็นต้น

(2) เพื่อให้เราสามารถนำเสนอข่าวสารหรือประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับเรา และบริการที่เป็นประโยชน์ต่อ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละรายตามความเหมาะสม

(3) เพื่อใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการปรับปรุงเนื้อหาและบริการของเว็บไซต์ให้สอดคล้องกับความต้องการ ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมากที่สุด

(4) เพื่อใช้ในการวิเคราะห์เชิงสถิติ หรือในกิจกรรมอื่นของเรา

เราจะทำการพิจารณาทบทวนนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นประจำเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทาง ปฏิบัติ และกฎหมาย ข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรา จะแจ้งให้ท่านทราบถึงการแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่สำคัญใด ๆ พร้อมกับนโยบาย ฉบับปรับปรุง ผ่านช่องทางที่เหมาะสม ทั้งนี้ เราขอแนะนำให้ท่านตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงนโยบาย ฉบับนี้เป็น ระยะ ๆ

ในการใช้บริการแอบพลิเคชันหรือเว็บไซต์ของเรา อาจมีลิงก์เชื่อมต่อไปยังเครือข่ายสังคมออนไลน์ แพลตฟอร์ม และเว็บไซต์อื่นที่มีบุคคลภายนอกเป็นผู้ดำเนินการ เราพยายามที่จะเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ที่มี มาตรฐานในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เราไม่สามารถรับผิดชอบในเนื้อหาหรือมาตรฐาน การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเว็บไซต์อื่นนั้น เว้นแต่จะกำหนดไว้เป็นประการอื่น ข้อมูลส่วนบุคคลใดที่ท่าน ให้แก่เว็บไซต์ของบุคคลภายนอกนั้นจะถูกเก็บรวบรวมโดยบุคคลดังกล่าวและอยู่ภายใต้ประกาศ / นโยบาย เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลภายนอกดังกล่าว (หากมี) ในกรณีเช่นว่านี้ เราไม่อาจควบคุมและ ไม่อาจรับผิดชอบในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณโดยบุคคลภายนอกดังกล่าว

 ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัยหรือข้อเสนอแนะเกี่ยวกับนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือการปฏิบัติ ตามนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ เรายินดีตอบข้อสงสัย และรับฟังข้อเสนอแนะของท่าน โดยท่าน สามารถติดต่อกับบริษัทได้ตามสถานที่ติดต่อ ดังนี้ หากท่านเห็นว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่

เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ท่านมีสิทธิที่จะร้องเรียนไปยังเจ้าหน้าที่คุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล

รายละเอียดของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller) 

ชื่อ:  แผนกการตลาด

สถานที่ติดต่อ: บริษัท ฟอร์แคร์ อินโน จำกัด

โทรศัพท์: 02-171-1394-96

Email: [email protected]

รายละเอียดของเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ชื่อ แผนกดิจิตอล

สถานที่ติดต่อ: บริษัท ฟอร์แคร์ อินโน จำกัด

โทรศัพท์: 02-171-1394-96

email:  [email protected]

ท่านรับทราบและตกลงให้นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ อยู่ภายใต้การบังคับและตีความตาม กฎหมายไทย และศาลไทยเป็นผู้มีอำนาจในการพิจารณาข้อพิพาทใดที่อาจเกิดขึ้น

เอกสารแนบท้าย

 บริษัทในเครือกิจการและผู้ควบคุมข้อมูล

บริษัทและผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

สถานที่และวิธีติดต่อผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท ฟอร์แคร์ อินโน จำกัด

168 ซอยสุเหร่าคลองหนึ่ง 15แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510 โทร: 02-171-1394-96

บริษัท ฟอร์แคร์  จำกัด

168 ซอยสุเหร่าคลองหนึ่ง 15แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510 โทร: 02-171-1397

ประกาศสําหรับกลุ่มบริษัทในเครือ ฟอร์แคร์
ฉบับที่ 004/2565

เรื่อง นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสําหรับคู่ค้า คู่สัญญาและผู้ที่เกี่ยวข้อง

บริษัทในเครือฟอร์แคร์ตามเอกสารแนบท้ายนี้ (รวมเรียกว่า “เรา”) ให้ความสําคัญ เป็นอย่างยิ่งกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของคู่ค้า คู่สัญญาและผู้ที่เกี่ยวข้อง (ซึ่งรวมเรียกว่า “ท่าน”) และเพื่อให้ท่านมั่นใจได้ว่าเราจะให้ความคุ้มครองและปฏิบัติต่อข้อมูล ส่วนบุคคลของท่านโดยสอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เราจึงได้กําหนดแบบแจ้งเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ขึ้น เพื่อแจ้งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่านทราบรายละเอียดการดําเนินการกับข้อมูลส่วนบุคคลไม่ว่าจะเป็นการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผย (รวมเรียกว่า“การประมวลผล”) ซึ่งอาจเกิดขึ้น ตลอดจนแจ้งให้ท่านทราบถึงสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และช่องทางการติดต่อเรา

1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่เราจะเก็บรวบรวม
ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทําให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการนําไปใช้ ซึ่งรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคล ดังต่อไปนี้
1.1. ข้อมูลที่ใช้ในการยืนยันตัวตน เช่น ชื่อนามสกุล เลขที่และข้อมูลบนบัตรประชาชน รูปถ่าย และข้อมูลในรูปแบบต่างๆ ที่ใช้ในการระบุตัวตน
1.2. ข้อมูลที่ใช้ในการติดต่อ เช่น ข้อมูลนามบัตร ชื่อนามสกุล ตําแหน่งงาน เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ที่อยู่ที่ทํางานบัญชีการใช้งาน LINE ID
1.3. เมื่อท่านเข้ามาในบริเวณพื้นที่ของเรา ที่มีการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (“กล้อง CCTV”) เราอาจเก็บภาพของท่านจากกล้อง CCTV ทั้งนี้ เราไม่ได้เก็บข้อมูลเสียงผ่านทางกล้อง CCTV และเราจะติดป้ายแจ้งให้
ท่านทราบว่ามีการใช้กล้องโทรทัศน์วงจรปิดในบริเวณพื้นที่ของเรา
1.4. ข้อมูลทางการเงินและธุรกิจเช่น หมายเลขบัญชีธนาคาร ข้อมูลการทําธุรกรรม รายละเอียดราคาและผลิตภัณฑ์เป็นต้น

2. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
2.1. เรามีวัตถุประสงค์ที่จะเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งอยู่บนฐานทางกฎหมาย ดังนี้
     2.1.1. เพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งท่านเป็นคู่สัญญาหรือเพื่อใช้ในการดําเนินการตามคําขอของท่านก่อนเข้าทําสัญญานั้น เช่น การตรวจสอบคู่สัญญา การบริหารสัญญา การจัดทําสัญญารวมทั้งเอกสารที่เกี่ยวข้องการปฏิบัติตามสัญญาการชําระค่าสินค้าและค่าบริการ หรือเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
     2.1.2. เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายของเราในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เช่น กฎหมายภาษีอากรกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
     2.1.3. เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของเราในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นๆ ที่ไม่ใช่เรา เพื่อให้สมดุลกับประโยชน์และสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
     2.1.4. เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตาม หรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมายหรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
     2.1.5. เพื่อการรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณอาคารหรือสถานที่ การบันทึกภาพผู้ที่มาติดต่อด้วยกล้องวงจรปิด (CCTV)

2.2. ในกรณีที่เรามีความจําเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อการปฏิบัติตามสัญญาหรือปฏิบัติตามกฎหมาย หากท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นแก่เรา เราอาจจะไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญา หรือดําเนินการตามคําขอเพื่อเข้าทําสัญญา หรือเราอาจมีความรับผิดตามกฎหมาย หรืออาจมีผลกระทบอื่นใดที่เกี่ยวข้อง

3. การเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
เราจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมเท่านั้น ในกรณีที่เรามีความจําเป็นที่จะต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์อื่น เราจะดําเนินการแจ้งให้ท่านทราบโดยเร็ว

4. แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล
เราอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากการที่ท่านเป็นผู้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่เราโดยตรง เช่นการแลกเปลี่ยนนามบัตร การให้ข้อมูลเพื่อการพิจารณาคุณสมบัติ การเข้าทําสัญญา เป็นต้น รวมถึง เราอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งอื่น เช่น ตัวแทนขายในกลุ่มธุรกิจอื่นของ บริษัทฯ พันธมิตรทางธุรกิจ หรือบริษัทในกลุ่มในเครือของ บริษัทฯ ลูกค้าหรือตัวแทนของ บริษัทฯซึ่งเป็นผู้แนะนํา

5. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
เราอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ภายใต้วัตถุประสงค์ที่กําหนด และตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกําหนดให้แก่บุคคลและหน่วยงานดังนี้
5.1 บริษัทในกลุ่มธุรกิจภายใต้เครือฟอร์แคร์ จํากัด ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงผู้บริหาร กรรมการ พนักงานลูกจ้าง และ/หรือบุคลากรภายในของบริษัทดังกล่าวเท่าที่เกี่ยวข้อง และตามความจําเป็นเพื่อการประมวลผล
ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
5.2 คู่ค้าทางธุรกิจ ผู้ให้บริการ และผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ มอบหมายหรือว่าจ้างให้ทําหน้าที่บริหารจัดการ/ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บริษัทฯ ในการให้บริการต่าง ๆ เช่น การให้บริการ
ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ บริการบันทึกข้อมูล บริการชําระเงิน บริการรับส่งไปรษณีย์ บริการรับส่งพัสดุหรือบริการอื่นใดที่อาจเป็นประโยชน์ต่อท่าน หรือเกี่ยวข้องกับการดําเนินธุรกิจของบริษัทฯ อาทิธนาคารพาณิชย์ เป็นต้น
5.3 ที่ปรึกษาอาทิ ที่ปรึกษากฎหมาย ทนายความ ผู้ตรวจสอบบัญชี หรือผู้เชี่ยวชาญอื่นใด ทั้งภายในและภายนอกของบริษัทฯ เป็นต้น
5.4 หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่กํากับดูแลตามกฎหมาย หรือที่ร้องขอให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยอาศัยอํานาจตามกฎหมาย หรือที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางกฎหมาย หรือที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมสรรพากร กระทรวงพาณิชย์ สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสํานักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า สํานักงานตํารวจแห่งชาติ สํานักงานอัยการสูงสุด และศาลเป็นต้น
5.5 บุคคลหรือหน่วยงานอื่นใด ที่ท่านให้ความยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ต่อบุคคลหรือหน่วยงานนั้น
5.6 การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบุคคลอื่น จะดําเนินการภายใต้วัตถุประสงค์ที่กําหนด หรือวัตถุประสงค์อื่นที่กฎหมายกําหนดให้กระทําได้เท่านั้น ในกรณีที่กฎหมายกําหนดว่าต้องได้รับความยินยอม
จากท่าน บริษัทฯ จะขอความยินยอมจากท่านก่อน
5.7 เราอาจมีความจําเป็นต้องดําเนินการโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ เช่น การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลด้วยระบบประมวลผลแบบคลาวด์ (Cloud) บริษัทจะตรวจสอบให้เทียบเท่าหรือดีกว่ามาตรฐานของกฎหมายที่ใช้บังคับในประเทศไทย

6. การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
เรามีมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ที่ป้องกันมิให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกเก็บรวบรวมสูญหายโดยอุบัติเหตุ หรือถูกเข้าถึง เปิดเผย หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงโดยมิชอบหรือโดยปราศจากอํานาจเราจะจํากัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านทั้งการเข้าถึงโดยพนักงาน ตัวแทน ผู้รับจ้าง หรือบุคคลที่สามเราจะอนุญาตเฉพาะบุคคลที่มีความจําเป็นจะต้องเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเพื่อปฏิบัติหน้าที่ของตน ในกรณีที่บุคคลที่สามทําการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เราจะกํากับดูแลให้บุคคลที่สามประมวลผลตามคําสั่งของเราอย่าง
เหมาะสม

7. ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
เราจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เป็นระยะเวลาเท่าที่จําเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่กําหนดไว้ในหนังสือฉบับนี้ โดยระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจขึ้นอยู่กับ ความจําเป็นในการปฏิบัติตามสัญญาที่มีต่อท่าน ความจําเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมาย หรือ อายุความตามกฎหมายเพื่อก่อตั้งปฏิบัติ หรือใช้สิทธิตามกฎหมายต่างๆ เป็นต้นเมื่อพ้นระยะเวลาจัดเก็บ หรือเราไม่มีสิทธิหรือฐานทางกฎหมายในการเก็บรวบรวมใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแล้ว เราจะดําเนินการลบหรือทําลาย
ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น

8. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
8.1 ตามเงื่อนไขที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กําหนด ท่านมีสิทธิ ดังต่อไปนี้
     8.1.1 ขอถอนความยินยอมที่ท่านได้ให้ไว้กับเรา เพื่อประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เว้นแต่การเพิกถอนความยินยอมจะมีข้อจํากัดโดยกฎหมายหรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่าน ทั้งนี้ การเพิกถอนความยินยอมจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไปแล้วโดยชอบด้วยกฎหมาย
     8.1.2 ขอเข้าถึงและขอรับสําเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
     8.1.3 ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกําหนดไปยังบุคคลอื่น
     8.1.4 คัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตน
     8.1.5 ขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดําเนินการลบหรือทําลาย หรือทําให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้
     8.1.6 ขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลได้
     8.1.7 ร้องขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดําเนินการให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
     8.1.8 ร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่เราหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของเราหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

9. รายละเอียดการติดต่อ
กรณีที่ท่านมีคําถามเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านสามารถติดต่อเราผ่านช่องทางดังนี้
9.1 กรณีติดต่อบริษัท ฟอร์แคร์ จํากัด ที่อยู่ 168 ซอยสุเหร่าคลองหนึ่ง 15 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510, โทร 02-171-1397, Email : [email protected]
9.2 กรณีติดต่อบริษัทในเครือ สถานที่ติดต่อตามรายละเอียดที่ปรากฏในเอกสารแนบท้าย หนังสือแจ้งนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้

บริษัทในเครือกิจการและผู้ควบคุมข้อมูล

บริษัทและผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

สถานที่และวิธีติดต่อผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท ฟอร์แคร์ เอ็กซ์ จำกัด

168 ซอยสุเหร่าคลองหนึ่ง 15 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510 โทร: 02-171-1394-96

บริษัท ฟอร์แคร์ อินโน จำกัด

168 ซอยสุเหร่าคลองหนึ่ง 15 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510 โทร: 02-171-1394-96

บริษัท ฟอร์แคร์  จำกัด

168 ซอยสุเหร่าคลองหนึ่ง 15 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510 โทร: 02-171-1397

บริษัท อินโนเวทีฟ เนเชอรัล โซลูชั่น จำกัด

168 ซอยสุเหร่าคลองหนึ่ง 15 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510 โทร: 02-171-1398

ประกาศสําหรับกลุ่มบริษัทในเครือ ฟอร์แคร์

ฉบับที่ 002/2565

เรื่อง ประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงาน

เพื่อให้ บริษัทในเครือ ฟอร์แคร์สามารถดําเนินกระบวนการสมัครงานของท่านได้ กรุณาศึกษานโยบายการ
คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้อย่างละเอียดก่อนที่ท่านจะให้ข้อมูลการสมัครแก่บริษัท ทั้งนี้บริษัทรับประกัน
จะรักษาข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดตามมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยโดยสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการประมวลผลในระหว่างกระบวนการรับสมัครของบริษัท

บริษัทอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านผู้สมัครงานจากท่านโดยตรงตามข้อมูลในใบสมัครงาน
ประวัติย่อ (Resume/CV) การสนทนาหรือการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์หรือ VDO Call หรืออาจได้รับจาก
บุคคลอื่นที่ท่านระบุให้บริษัทสามารถติดต่อ เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ ทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าวอาจรวมถึง
ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับตัวท่าน ข้อมูลการติดต่อ ข้อมูลคุณสมบัติการศึกษา ประวัติการทํางาน รวมถึงข้อมูล
ความสนใจหรือทักษะอื่นๆของท่าน

2. วัตถุประสงค์การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดของท่านผู้สมัครงาน อาจเก็บรวบรวม ใช้ ส่งต่อหรือเปิดเผยโดยบริษัท
2.1 เพื่อการตรวจสอบยืนยันตัวตนรวมถึงความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลต่างๆที่ให้แก่
บริษัท การประเมินความเหมาะสมของท่านในตําแหน่งงานที่สมัคร รวมถึงการติดต่อประสานงาน
ระหว่างกระบวนการรับสมัคร
2.2 เพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการใบสมัครของท่านในกรณีที่บริษัทหรือบริษัทในเครืออาจ
มีตําแหน่งงานที่ว่างและเหมาะสมกับท่านในอนาคต

3. การเปิดเผยหรือส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

ในกรณีที่จําเป็นบริษัทอาจต้องเปิดเผยและหรือส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอก
ดังนี้ เพื่อประโยชน์ในการดําเนินกระบวนการรับสมัครงานได้อย่างสมบูรณ์
3.1 บริษัทในเครือหรือบริษัทอื่นที่มีความเกี่ยวพันกับบริษัทที่อาจมีตําแหน่งงานที่เหมาะสมกับท่าน
3.2 ผู้ให้บริการตรวจสอบประวัติหรือผู้ให้บริการภายนอกเกี่ยวข้องกับกระบวนการรับสมัครงานของ
บริษัท
3.3 บุคคลภายนอกอื่นที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่บริษัทในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่
บุคคลดังกล่าว

4. ระยะเวลาการเก็บรวบรวม ใช้ ข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทขอสงวนสิทธิในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านผู้สมัครให้ไว้ใน ระยะเวลา 3 เดือน
เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ การสมัครงานเท่านั้น หรือบริษัทว่าจ้างให้ท่านเป็นพนักงานของบริษัทบริษัทขอสงวน
สิทธิในการเก็บรวมรวม ใช้ ข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดของท่านไว้ตลอดระยะเวลาตามสัญญาจ้างงาน

5. สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

5.1 สิทธิในการขอเข้าถึง ขอสําเนาคืน ขอให้ปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน
5.2 สิทธิขอคัดค้านการเก็บรวมรวม ใช้ หรือเปิดเผย
5.3 สิทธิขอให้ดําเนินการลบ หรือทําลายข้อมูล หรือให้ทําลายเอกสารที่ท่าน ให้แก่บริษัทเมื่อหมดความ
จําเป็น

6. การติดต่อบริษัท

ท่านสามารถติดต่อได้ที่ บริษัท ฟอร์แคร์ จํากัด ฝ่ายทรัพยากรบุคคล เลขที่ 168
ซอยสุเหร่าคลองหนึ่ง 15 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร เบอร์โทร 02-171-1397
อีเมล์ [email protected]

ประกาศสําหรับกลุ่มบริษัทในเครือ ฟอร์แคร์

ฉบับที่ 002/2565

เรื่อง ประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงาน

เพื่อให้ บริษัทในเครือ ฟอร์แคร์สามารถดําเนินกระบวนการสมัครงานของท่านได้ กรุณาศึกษานโยบายการ
คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้อย่างละเอียดก่อนที่ท่านจะให้ข้อมูลการสมัครแก่บริษัท ทั้งนี้บริษัทรับประกัน
จะรักษาข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดตามมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยโดยสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการประมวลผลในระหว่างกระบวนการรับสมัครของบริษัท

บริษัทอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านผู้สมัครงานจากท่านโดยตรงตามข้อมูลในใบสมัครงาน
ประวัติย่อ (Resume/CV) การสนทนาหรือการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์หรือ VDO Call หรืออาจได้รับจาก
บุคคลอื่นที่ท่านระบุให้บริษัทสามารถติดต่อ เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ ทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าวอาจรวมถึง
ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับตัวท่าน ข้อมูลการติดต่อ ข้อมูลคุณสมบัติการศึกษา ประวัติการทํางาน รวมถึงข้อมูล
ความสนใจหรือทักษะอื่นๆของท่าน

2. วัตถุประสงค์การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดของท่านผู้สมัครงาน อาจเก็บรวบรวม ใช้ ส่งต่อหรือเปิดเผยโดยบริษัท
2.1 เพื่อการตรวจสอบยืนยันตัวตนรวมถึงความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลต่างๆที่ให้แก่
บริษัท การประเมินความเหมาะสมของท่านในตําแหน่งงานที่สมัคร รวมถึงการติดต่อประสานงาน
ระหว่างกระบวนการรับสมัคร
2.2 เพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการใบสมัครของท่านในกรณีที่บริษัทหรือบริษัทในเครืออาจ
มีตําแหน่งงานที่ว่างและเหมาะสมกับท่านในอนาคต

3. การเปิดเผยหรือส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

ในกรณีที่จําเป็นบริษัทอาจต้องเปิดเผยและหรือส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอก
ดังนี้ เพื่อประโยชน์ในการดําเนินกระบวนการรับสมัครงานได้อย่างสมบูรณ์
3.1 บริษัทในเครือหรือบริษัทอื่นที่มีความเกี่ยวพันกับบริษัทที่อาจมีตําแหน่งงานที่เหมาะสมกับท่าน
3.2 ผู้ให้บริการตรวจสอบประวัติหรือผู้ให้บริการภายนอกเกี่ยวข้องกับกระบวนการรับสมัครงานของ
บริษัท
3.3 บุคคลภายนอกอื่นที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่บริษัทในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่
บุคคลดังกล่าว

4. ระยะเวลาการเก็บรวบรวม ใช้ ข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทขอสงวนสิทธิในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านผู้สมัครให้ไว้ใน ระยะเวลา 3 เดือน
เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ การสมัครงานเท่านั้น หรือบริษัทว่าจ้างให้ท่านเป็นพนักงานของบริษัทบริษัทขอสงวน
สิทธิในการเก็บรวมรวม ใช้ ข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดของท่านไว้ตลอดระยะเวลาตามสัญญาจ้างงาน

5. สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

5.1 สิทธิในการขอเข้าถึง ขอสําเนาคืน ขอให้ปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน
5.2 สิทธิขอคัดค้านการเก็บรวมรวม ใช้ หรือเปิดเผย
5.3 สิทธิขอให้ดําเนินการลบ หรือทําลายข้อมูล หรือให้ทําลายเอกสารที่ท่าน ให้แก่บริษัทเมื่อหมดความ
จําเป็น

6. การติดต่อบริษัท

ท่านสามารถติดต่อได้ที่ บริษัท ฟอร์แคร์ จํากัด ฝ่ายทรัพยากรบุคคล เลขที่ 168
ซอยสุเหร่าคลองหนึ่ง 15 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร เบอร์โทร 02-171-1397
อีเมล์ [email protected]

ประกาศสำหรับกลุ่มบริษัทในเครือ ฟอร์แคร์

ฉบับที่ 003/2565

เรื่อง ประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในการใช้งานกล้องวงจรปิด (CCTV)

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ฉบับนี้เป็น “นโยบาย” เกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์กล้องวงจรปิด(CCTV) ภายในบริเวณ บริษัทในเครือ ฟอร์แคร์

ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “บริษัท” ได้ใช้อุปกรณ์ CCTV พร้อมกับระบบต่างๆสำหรับการตรวจสอบภายในพื้นที่เป็นการเฉพาะรวมถึงพื้นที่รอบๆ บริเวณของสถานที่ อาคาร และพื้นที่อื่น เพื่อการป้องกันชีวิต และทรัพย์สิน โดยมีข้อมูลส่วนบุคคลของ พนักงาน กรรมการบริษัท คู่ค้า ผู้ปฏิบัติงาน ผู้มาติดต่องาน หรือบุคคลใดก็ตาม ซึ่งจะรวมเรียกว่า “ท่าน” ที่ได้เข้าไปอยู่ในบริเวณพื้นที่ที่ทำการตรวจสอบภายในอาคารและพื้นที่อื่นดังกล่าว นอกจากนี้ นโยบายฉบับนี้อธิบายถึงวิธีการในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และการส่งหรือโอนย้ายข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ “ข้อมูลส่วนบุคคล” ของบุคคล และระบุถึงวิธีการในการจัดการหรือการใช้ระบบ CCTV ของบริษัท ทั้งนี้บริษัทอาจทำการแก้ไขเพิ่มเติมนโยบายฉบับนี้ได้ทุกเมื่อและจะแจ้งการแก้ไขดังกล่าวให้ท่านทราบเท่าที่จะดำเนินการได้

1. ข้อมูลส่วนบุคคลประเภทใดบ้างที่บริษัทเก็บรวบรวม

บริษัททำการเก็บภาพเคลื่อนไหวหรือภาพนิ่งซึ่งสามารถที่จะจดจำได้ว่าเป็นบุคคลใด เสียงของบุคคลใด รวมถึงทรัพย์สินของบุคคลใด เช่น ยานพาหนะประเภทต่างๆ เมื่อเข้าไปในพื้นที่ที่ได้ทำการตรวจสอบภายในสถานที่ อาคาร และพื้นที่อื่นของ บริษัท ผ่านระบบและอุปกรณ์ CCTV (“ข้อมูลจาก CCTV”)

2. วัตถุประสงค์ที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

2.1 บริษัทอาจทำการเก็บภาพ รวบรวม ใช้ เปิดเผย โอน และดำเนินการใดๆ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการบันทึก การเก็บบันทึก การปรับเปลี่ยน การแก้ไข การดัดแปลง การทำลาย การลบ การกู้คืน การรวบรวม การทำสำเนา การส่งผ่าน การเก็บรักษา การถอน การปรับปรุง การเพิ่มเติมต่อข้อมูลจาก CCTV เกี่ยวกับท่านและข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับท่าน สำหรับ “วัตถุประสงค์การตรวจสอบโดย CCTV” ตามรายการที่ระบุไว้ด้านล่าง จะกระทำบนฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest)

เพื่อประโยชน์ต่อชีวิต เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อประโยชน์สาธารณะ ตามความยินยอมที่ได้รับ หรือตามฐานอื่นใดที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายที่บังคับใช้ในประเทศไทย (โดยที่ผลประโยชน์เหล่านั้นจะไม่เป็นการก้าวล่วงต่อสิทธิเสรีภาพและผลประโชน์ของบุคคลใด) ซึ่งอาจพิจารณาได้ตามกรณีดังนี้

     2.1.1 เพื่อปกป้องชีวิต ร่างกาย ความปลอดภัยอนามัยส่วนบุคคล และ/หรือทรัพย์สินส่วนตัวของท่าน

     2.1.2 เพื่อควบคุมการเข้ามาภายในบริษัท และเพื่อการรักษาความปลอดภัยของอาคาร บุคลากร พนักงาน และผู้มาติดต่อ รวมทั้งทรัพย์สินและข้อมูลของบริษัทที่ตั้งอยู่หรือเก็บไว้ในสถานที่นั้นๆ

     2.1.3 เพื่อการปกป้องและป้องกันสถานที่ อาคาร พื้นที่ต่างๆ และทรัพย์สินของบริษัท จากความเสียหาย การหยุดชะงัก การทำลาย และอาชญากรรมอื่นๆ

     2.1.4 เพื่อช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทอย่างมีประสิทธิภาพที่อาจเกิดขึ้นในขณะทำการลงโทษทางวินัย หรือการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์

     2.1.5 เพื่อช่วยเหลือในการสืบสวนสอบสวนหรือการดำเนินการเกี่ยวกับการร้องเรียน และการแจ้งเบาะแส

     2.1.6 เพื่อนำไปใช้ในการพิสูจน์หรือหักล้างในการดำเนินคดีทางแพ่ง คดีทางอาญา คดีแรงงาน และคดีความอื่นที่อาจเกี่ยวข้อง

     2.1.7 เพื่อปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมายของบริษัท และ/หรือ การให้ความร่วมมือกับศาล หน่วยงานกำกับดูแล หน่วยงานของรัฐ และหน่วยงานที่มีอำนาจบังคับใช้กฎหมาย สำหรับการใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัด เพียงเพื่อความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน บริษัทเล็งเห็นว่าการใช้ระบบ CCTV เป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อให้บริษัทสามารถปฏิบัติตามภาระหน้าที่เหล่านั้นได้

     2.1.8 เพื่อการใช้สิทธิของบริษัทหรือปกป้องผลประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท ในกรณีที่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น เพื่อระงับยับยั้ง ป้องกันและตรวจจับการประพฤติมิชอบ อาชญากรรมหรือการฝ่าฝืนกฎหมาย ติดตามเหตุการณ์ เพื่อป้องกันและรายงานการประพฤติมิชอบหรืออาชญากรรม ในบริษัท และเพื่อปกป้องความปลอดภัยและความมั่นคงของธุรกิจของบริษัท บริษัทจะพยายามอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสมดุลระหว่างผลประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทและของบุคคลที่สาม สิทธิขั้นพื้นฐานและเสรีภาพของท่านที่เกี่ยวกับการปกป้องข้อมูลบนระบบ CCTV ที่เกี่ยวข้องกับท่าน ตามแต่กรณี บริษัทจะพยายามระบุถึงขั้นตอนที่จำเป็นเพื่อให้เกิดความสมดุลที่เหมาะตามแต่สมควร

2.2 บริษัทจะติดตั้งอุปกรณ์ CCTV ที่จุดสำคัญภายในสถานที่ อาคารและพื้นที่ต่างๆ ของบริษัทยกเว้นบางพื้นที่ เช่น ห้องสุขา ห้องอาบน้ำ และห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า

2.3 ระบบ CCTV ของบริษัทเปิดใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอย ของบริษัททำการเฝ้าดูผ่านอุปกรณ์ ยกเว้นในกรณีที่อุปกรณ์หรือระบบเกิดความขัดข้อง และ/หรือต้องทำการซ่อมบำรุง

2.4 บริษัทจัดวางป้ายตามความเหมาะสมในสถานที่ที่มีการใช้งานระบบ CCTV

3. บุคคลใดที่อาจได้รับการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

3.1 บริษัทจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับท่านในระบบ CCTV ไว้เป็นความลับ และจะทำการเปิดเผยหรือถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเฉพาะเพียงบริษัทลูก บริษัทในเครือ บุคคลภายนอกอื่นๆ ที่จะถูกคัดเลือกอย่างระมัดระวังในเวลานี้ หรือในอนาคต ผู้ได้รับอนุญาต พันธมิตรกิจการร่วมค้า และ/หรือผู้ให้บริการ (ซึ่งอาจตั้งอยู่ในต่างประเทศ) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การตรวจสอบโดย CCTV ตามที่ระบุไว้ในนโยบายนี้

3.2 บุคคลภายนอกซึ่งบริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลจากระบบ CCTV และข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับท่าน ซึ่งรวมถึงการเปิดเผยต่อบริษัทในเครือด้วย (เป็นส่วนหนึ่งของประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทและประโยชน์ของบริษัทในเครือ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การตรวจสอบโดย CCTV) หน่วยงานภาครัฐ และ/หรือองค์กรที่ทำหน้าที่กำกับดูแล เพื่อปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมาย หรือเพื่อสนับสนุนหรือช่วยเหลือแก่องค์กรบังคับใช้กฎหมายในเรื่องการสอบสวนและดำเนินคดีทางแพ่งหรือทางอาญา) และผู้ให้บริการบุคคลที่สาม (ตามขั้นตอนที่จำเป็นของบริษัทเพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทจะให้การคุ้มครองต่อสุขภาพ และความปลอดภัยส่วนบุคคล และทรัพย์สินของท่าน อย่างไรก็ตามการเข้าถึงข้อมูลระบบ CCTV นั้นอาจเป็นการเข้าถึง หรือเปิดเผยได้เท่าที่จำเป็นเพื่อจัดการกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งอยู่ภายใต้หนึ่งในวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในข้อ 3.2 นี้ หรือ เพื่อตอบสนองการร้องขอของบุคคลตามกฎหมายภายใต้ข้อ 2.1

4. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ

บริษัทอาจเปิดเผยหรือถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากระบบ CCTV ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนที่จำเป็นสำหรับสุขภาพ ความปลอดภัยส่วนบุคคลและทรัพย์สินของท่าน ไปยังผู้ให้บริการบุคคลที่สามที่อยู่นอกประเทศไทย และการเปิดเผยหรือถ่ายโอนดังกล่าวจะกระทำต่อเมื่อได้รับความยินยอม จากท่าน หรือมีพื้นฐานตามกฎหมายอื่นที่บังคับให้กระทำตามที่กฎหมายอนุญาตไว้ เช่นเพื่อปฏิบัติ ตามข้อกำหนดของสัญญาระหว่างบริษัทกับบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ของท่าน โดยที่ประเทศปลายทางดังกล่าวอาจมีหรือไม่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่คล้ายคลึงกับประเทศไทย อย่างไรก็ตามบริษัทจะทำให้มั่นใจได้ว่า การโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้กระทำตามกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแล้วก่อนจะดำเนินการโอนข้อมูลส่วนบุคคลนั้น

5. มาตรการรักษาความปลอดภัย

5.1 บริษัทจะจัดให้มีระบบเทคนิค และการบริหารจัดการมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันข้อมูลจากระบบ CCTV และข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับท่านจากการถูกทำลายการสูญหาย การเข้าถึง การใช้งาน การเปลี่ยนแปลง หรือการเปิดเผย โดยไม่ได้ตั้งใจ โดยผิด-กฎหมาย หรือโดยไม่ได้รับอนุญาต

5.2 บริษัทจะทบทวนและปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยของบริษัทเป็นครั้งคราว ตามความจำเป็น หรือเมื่อมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่ามาตรการรักษา ความปลอดภัยมีประสิทธิภาพและเหมาะสม สอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมายขั้นต่ำ ตามที่กำหนดโดยหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง

6. ระยะเวลาในการที่บริษัทเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

บริษัทจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ได้มาจากระบบ CCTV ไว้ในระบบของบริษัท ตามระยะเวลา 30 วัน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การตรวจสอบโดย CCTV หากบริษัทไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย ที่ใช้บังคับในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากระบบ CCTV อีกต่อไป บริษัทจะทำการลบข้อมูลเหล่านั้นออกจากระบบและการบันทึกของบริษัท อย่างไรก็ตามบริษัทอาจทำการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ของท่านจากระบบ CCTV เป็นระยะเวลานานขึ้น ตัวอย่างเช่น ทำการเก็บไว้จนกว่าจะสิ้นสุดของการดำเนินการตามกฎหมาย หรือมีกฎหมายที่กำหนดระยะเวลาในการเก็บข้อมูลที่ยาวนานกว่า หรือมีข้อมูลระบบ CCTV บางอย่างซึ่งต้องทำการเก็บรักษาไว้สำหรับการดำเนินการต่อเหตุการณ์บางเรื่อง หรือเพื่อตอบสนองต่อข้อเรียกร้องจากบุคคลหนึ่งบุคคลใดในการใช้สิทธิตามกฎหมาย

7. ท่านมีสิทธิอย่างไรเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

ภายใต้บทบัญญัติแห่งกฎหมายและข้อยกเว้นตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ท่านอาจมีสิทธิ ในการขอเข้าถึง และ/หรือขอรับสำเนา โอนย้าย แก้ไข ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลกลายเป็นข้อมูลที่ไม่ระบุตัวตน ในข้อมูลส่วนบุคคล บางประเภทของท่านที่บริษัทมี ระงับและ/หรือคัดค้านกิจกรรมบางประเภทที่บริษัทมี และใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ในกรณีที่การดำเนินการใดของบริษัทกระทำภายใต้ความยินยอม ของท่าน ท่านอาจเพิกถอนความยินยอมของท่านได้ แต่อาจเป็นสาเหตุให้เราไม่สามารถให้บริการ การเข้าออกสถานที่ของบริษัทแก่ท่านได้อย่างเต็มที่ ท่านอาจมีสิทธิร้องขอให้บริษัทเปิดเผยว่าบริษัทได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยไม่ได้รับความยินยอมจากท่านได้อย่างไร อีกทั้งยังอาจยื่นเรื่องร้องเรียน ไปยังหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายที่บังคับใช้

8. การติดต่อบริษัท

หากท่านมีคำถาม ข้อสงสัย หรือมีความประสงค์ที่จะใช้สิทธิของท่านที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โปรดติดต่อบริษัท ฟอร์แคร์ จำกัด เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล คุณอมรา แก้วเกตุ โทร 02-171-1397 อีเมล์ [email protected]

ประกาศ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2565

Back To Top